วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

VR / AR / HAM ถ้าคุณเป็นนักวิทยุสมัครเล่น คุณจะเลือกเป็นอะไร???

มีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนถามมาที่ผมเป็นอย่างมากว่า คุณโทนี่ เมื่อเราเป็นนักวิทยุฯ แล้วเราควรเรียกตัวเราเองว่าอะไรดี ระหว่าง VR / AR / HAM หลาย ๆ ท่านก็คงอยากรู้เหมือนเพื่อน ๆ ใช่ไม๊ครับ ว่า แล้วเราควรเรียกตัวเราว่าอะไรดี ระหว่างคำดังกล่าวข้างต้น

ก่อนอื่นเราก็ต้องมารู้ที่มาของคำเหล่านี้ก่อนว่า มันมีที่ไปที่มาอย่างไร ซึ่งคงต้องเล่าประวัติของกิจการวิทยุสมัครเล่นไทยอย่างคร่าว ๆ ก่อนว่าวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย เป็นกิจกรรมอดิเรกที่เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อได้มีการก่อตั้งสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 แต่กิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย ยังไม่ได้รับการรับรองจากสากลในขณะนั้น กระทั่งได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงเมื่อ วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2530 จากการประกาศใช้ระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ
ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530

ก่อนหน้านั้น กิจการวิทยุสมัครเล่น มีขึ้นในประเทศไทยหลายสิบปีแล้ว ซึ่งมากกว่า 60 ปี แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนทั่วไปและจากรัฐบาลเท่าใดนัก นับจากก่อตั้งเป็นเวลากว่า 40 ปีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปมากขึ้นเป็นลำดับ โดยที่สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ " เพื่อเป็นสมาคมของนักวิทยุสมัครเล่นที่มิใช่เพื่อการค้า แต่รวมกันเพื่อส่งเสริมความสนใจเกี่ยวกับการทดลองวิทยุเพื่อความก้าวหน้าทางศิลปการวิทยุ และผดุงไว้ซึ่งชื่อเสียงของนักวิทยุสมัครเล่น ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันโดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง"

สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พยายามดำเนินการกิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขออนุญาตทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิทยุสมัครเล่นมาโดยตลอด เช่น การเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขัน ระดับนานาชาติในรายการแข่งขันวิทยุสมัครเล่นต่างๆ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันรายการต่างๆ หลายรายการ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติในสมัยนั้น ให้มีการจัดตั้งสถานีชั่วคราวขึ้นได้

จุดเริ่มต้นของคำที่นักวิทยุฯ ชอบใช้แทนตัวเองว่า " VR "
ต่อมามีการจัดตั้ง "ชมรมวิทยุอาสาสมัคร" ในปี พ.ศ. 2524 ขึ้น โดย พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขในขณะนั้น และได้มีการจัดให้มีการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 ซึ่งในครั้งนั้นมีการกำหนดสัญญาณเรียกขานเป็น " VR " (ย่อมาจาก Volunteer Radio : นักวิทยุอาสาสมัคร) โดยเริ่มจาก VR001 ไปเรื่อยๆ มีผู้สมัครสอบประมาณ 500 คน และสอบผ่าน 311 คน ผู้ที่สอบได้จะเรียกตัวเองว่า " นักวิทยุอาสาสมัคร " แต่เป็นที่ทราบกันดีว่านักวิทยุอาสาสมัครได้ใช้ความถี่วิทยุสมัครเล่น ช่วยเหลือสังคม และงานต่างๆ ของทางราชการตลอดมา ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ประชาชนทั่วไปได้มีสิทธิใช้งานความถี่วิทยุ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า การเมือง และศาสนา ซึ่งหลังจากนั้นคณะกรรมการชมรม ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในรูปแบบของสมาคม ภายใต้ชื่อ " สมาคมวิทยุอาสาสมัคร " มีชื่อภาษาอังฤษว่า " Voluntary Radio Association (VRA) " ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมนักวิทยุอาสาสมัคร ช่วยเหลือสังคมและสาธารณประโยชน์แลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิคระหว่างสมาชิกและพัฒนาวิชาการด้านวิทยุคมนาคม โดยการปฏิบัติการติดต่อสื่อสารของสมาชิกทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือศาสนา และไม่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการเมือง

กำเนิดกิจการวิทยุสมัครเล่นไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
" กิจการวิทยุสมัครเล่น " ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงเมื่อ วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2530 จากการประกาศใช้ระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530 นับได้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้มีการติดต่อสื่อสารแบบ " นักวิทยุสมัครเล่น " อย่างแท้จริงขึ้นในประเทศไทย โดยกำหนดสัญญาณเรียกขานที่เป็นสากลตามข้อกำหนดของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ประเทศไทยใช้สัญญาณเรียกขานที่ขึ้นต้นด้วย " HS " และในเวลาต่อมาได้กำหนดสัญญาณเรียกขาน " E2 " เพิ่มให้กับประเทศไทย

จากที่กล่าวมาข้างต้น นี่เองคือที่มาของคำว่า " VR " ที่นักวิทยุสมัครเล่นไทย ต่างใช้คำย่อ " VR " นี้ แทนตัวเองอย่างตลอดมา เสมือนหนึ่งคำว่า " VR " คือ คำแปลว่านักวิทยุสมัครเล่น แต่แท้จริงแล้ว " VR " นั้น การกำหนดสัญญาณเรียกขาน จะถูกจัดสรรโดย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU 
เป็นผู้กำหนดคำนำหน้าสัญญาณเรียกขาน หรือ Prefix สำหรับสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ทุกชนิด ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะเข้าใจได้อย่างตรงกัน สัญญาณเรียกขานนั้นเป็นการผสมกันระหว่างตัวหนังสือและตัวเลข ซึ่งแต่ละประเทศต้องกำหนดให้ขึ้นต้นด้วยคำนำหน้าสัญญาณเรียกขานที่กำหนดมาสำหรับประเทศนั้นๆ และในแต่ละประเทศก็อาจมีวิธีการกำหนดสัญญาณเรียกขานให้กับผู้ใช้ที่อาจแตกต่างกันออกไป

โดย PREFIX " VR " นั้น ITU ได้กำหนดให้กับ สาธารณรัฐประชาชนจีน / เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง มิใช่เป็น PREFIX ของไทยแต่ประการใด

ดังนั้น เมื่อ กิจการวิทยุสมัครเล่นไทย ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อ วันที่ 4 สิงหาคม 2530 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นักวิทยุสมัครเล่นไทย ที่เคยได้รับสัญญาณเรียกขานของ " นักวิทยุอาสาสมัคร " ก็จะได้สัญญาณเรียกขานที่เป็นสากลถูกต้องตามระเบียบ แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีนักวิทยุอาสาสมัครบางท่าน ที่ยังคิดว่า การใช้สัญญาณเรียกขานสากล ดูไม่ขลังเท่าการใช้ สัญญาณเรียกขานของ " นักวิทยุอาสาสมัคร " จึงยังคงที่จะคงไว้ในการเรียกขานสัญญาณเรียกขานตัวเองเป็น " VR " แต่หารู้ไม่ว่า ในสากลแล้ว PREFIX " VR " ไม่ใช่ของประเทศไทยแต่อย่างใด

อีกทั้งค่านิยมของนักวิทยุสมัครเล่นไทย ยังคงเป็นค่านิยมที่ CONSERVATIVE หรือ เป็นค่านิยมโบราณ โดยจะวัดความเก่าของ การเป็นนักวิทยุสมัครเล่นจากสัญญาณเรียกขาน มากกว่า ขั้นที่สูงกว่าของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ซึ่งก็เป็นอะไรที่ถือยึดติดต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่น และถือปฏิบัติกันเป็นค่านิยมที่ผิด ๆ มาโดยตลอด และนี่เอง จึงเป็นเหตุให้นักวิทยุสมัครเล่นไทยมักนิยมที่จะเรียกแทนตัวเองว่า " VR " มาโดยตลอด

ในปัจจุบัน เมื่อกระแสเรื่องการเรียกตนเองของนักวิทยุสมัครเล่นไทย ที่เรียกตัวเองว่า " VR " เริ่มมีกระแสแรงขึ้น ก็มีการบัญญัติคำย่อใหม่ขึ้นมาอีกว่า ตัวเองคือ " AR " หรือ AMATEUR RADIO ซึ่งคำย่อนี้ ในกิจการวิทยุสมัครเล่นระหว่างประเทศแล้ว ไม่ได้มีการบัญญัติไว้แต่อย่างใด

ในกิจการวิทยุสมัครเล่นแล้ว คำแสลง ที่ใช้เรียกแทนตัวเองของนักวิทยุสมัครเล่นมีอยู่คำเดียวคือ HAM หรือ แฮม โดย HAM นั้นเป็นคำแสลงหมายถึง นักวิทยุสมัครเล่น ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปและถูกบรรจุลงในพจนานุกรมแล้ว

ส่วนคำว่า RADIO AMATEUR นั้นเป็นคำปกติที่หมายถึง นักวิทยุสมัครเล่น และ คำว่า AMATEUR RADIO หมายถึง(กิจการ) วิทยุสมัครเล่น

*** ดังนั้น หากจะใช้คำย่อแทน นักวิทยุสมัครเล่น น่าที่จะใช้คำว่า RA จะถูกกว่าหรือไม่ แทนที่จะใช้ AR ที่มาจากคำย่อของ กิจการวิทยุสมัครเล่น *** (ความเห็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว)

คำว่า HAM นั้น ไม่มีที่ไปที่มาอย่างชัดเจนว่ามีที่ไปที่มาว่ามาจากคำใด ซึ่งมีหลากหลายที่มา โดย
คุณ เฟรดเดอริค โอ มาไออา CALLSIGN W5YI ได้รวบรวมข้อสันนิษฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับคำว่า HAM ลงในวารสาร CQ ของอเมริกา ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2529 เขาเล่าว่ามีข้อสันนิษฐานที่ร่ำลือกันมากอยู่หลายอย่าง อย่างแรกคาดว่า H-A-M นั้นเป็นตัวอักษรที่มาจากอักษรตัวแรกของนามสกุลของนักวิทยุสมัครเล่นในย่าน เมืองบอสตัน 3 คน เมื่อปี พ.ศ.2453 แต่ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าทำไมจึงครึ้มอกครึ้มใจเอาตัวอักษรของ 3 คน นั้นมาผสมเป็นคำว่า HAM

ข้อสันนิษฐานที่สองคาดเดาว่า HAM เป็นคำที่นักวิทยุสมัครเล่นยุคต้น ๆ รายหนึ่งนำมาใช้เป็นรหัสเรียกขานของตน ก่อนที่จะมีการกำหนดรหัสเรียกขานเป็นมาตรฐานเดียวกันตามพระราชบัญญัติวิทยุ (ของอเมริกา) ในปี พ.ศ. 2470 ต่อมาเมื่อเปลี่ยนรหัสเรียกขานกันตามกฎหมายแล้ว จึงขยายความหมายถึง นักวิทยุสมัครเล่นคนอื่น ๆ ไปด้วย

ข้อสันนิษฐานที่สามเล่าว่า นักวิทยุสมัครเล่นชาวอังกฤษสมัยก่อนเรียกตัวเองสั้น ๆ ว่า am’s (อ่านว่า แอมส) ซึ่งย่อมาจากคำว่า amateurs (นักวิทยุสมัครเล่น) พอชาวอเมริกันมาออกเสียงก็เลยเพี้ยนกลายเป็น " แฮม " ซึ่งสะกดคำอ่านออกมาเป็น HAM ก็เลยยึดเป็นศัพท์แสลง และใช้นับตั้งแต่นั้นมา

แต่ข้อสันนิษฐานที่เขาคิดว่าน่าเชื่อถือที่สุด มาจากการคาดเดาที่ว่า ในยุคสมัยก่อนพวกนักแสดงสิ่งละอันพันละน้อย พวกนักร้องนักดนตรี และพวกให้ความบันเทิงกึ่งอาชีพนั้นถูกเรียกเป็นคำแสลง (คำตลาด) ว่า HAM มาก่อนในยุคระหว่าง พ.ศ. 2460-2470 นั้น การทดลองส่งกระจายเสียงยังไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงมีกลุ่มมือสมัครเล่นกลุ่มหนึ่งที่ชอบส่งเสียงดนตรีออกอากาศไปให้คนอื่น ฟังกัน เป็นที่เชื่อถือได้มากกว่าคนกลุ่มนี้ (ซึ่งในสมัยก่อนถูกเรียกว่า HAM ด้วย) นี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มที่ชอบทดลองทางวิทยุ ซึ่งต่อมากลายเป็นนักวิทยุสมัครเล่น คำว่า HAM จึงถูกเรียกติดตามมาถึงนักวิทยุสมัครเล่นด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งหลายนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าข้อสันนิษฐานใดถูกต้องกันแน่

เมื่ออ่านกันมาถึงตอนสรุปสุดท้ายแล้ว ผมก็อยากที่จะให้ผู้ที่ติดตามอ่านบทความของผมทุกท่าน ใช้วิจารณญาณของท่านเอาเองจากบทความนี้ว่าวันนี้ ท่านจะเรียกตัวท่านเองว่า VR / AR หรือ HAM ก็ตามที่ท่าน ๆ ชอบได้เลยครับ แต่เมื่อท่านจะนำไปใช้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล กรุณาใช้ให้ถูกต้องแล้วกันนะครับ จะได้ไม่เป็นที่ขายหน้ากับนักวิทยุฯ ชาติอื่น ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น