วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ใช้สายอากาศกันถูกต้องตามการใช้งานกันแล้วหรือยัง

อันนี้จะมาเล่ากันถึงเรื่องสายอากาศกันบ้าง ท่านทราบหรือไม่ว่า ทำไมนักวิทยุฯ ไทย ถึงชอบใช้สายอากาศ FOLDED DIPOLE กับมากมายครับ ตามผมมาแล้วผมจะเฉลยให้

ก็อย่างที่บอกครับ กิจการวิทยุฯ ไทย นั้นเกิดจากกิจการวิทยุอาสาสมัคร และ พัฒนามาจากหน่วยงานราชการ ดังนั้นแบบอย่างก็เลยมาจากสถานีวิทยุข่ายราชการซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาเหล่านั้นจะทราบกันหรือไม่ว่า ทำไมสถานีวิทยุราชการเขาถึงใช้สายอากาศ FOLDED DIPOLE กัน ตามผมมาครับแล้วเราจะได้ทราบกัน

สายอากาศ DIPOLE ชื่อเต็ม ๆ ของสายอากาศประเภทนี้เขาเรียกว่า HALF WAVE DIPOLE ก็คือ สายอากาศครึ่งความยาวคลื่น โดยมี Feed อยู่ระหว่าง Quarter wave ของแต่ละอัน จัดเป็นประเภทของสายอากาศที่มีการแพร่กระจายคลื่นในกิ่งทิศทาง (UNDIRECTIONAL ANTENNA)

ดังนั้น วิธีการของสายอากาศ DIPOLE เขาจะคำนวณโดย นำค่าความเร็วของแสง มา หาร ด้วยความถี่ที่จะใช้งาน คิดง่าย ๆ ก็คือ เอา 300 / ความถี่ เช่นเราต้องการจะทำสายอากาศ DIPOLE ของ ความถี่ 28 MHz. ก็ทำโดย เอา 300 / 28 = 10 เมตร คือ FULL WAVE DIPOLE

เมื่อเราต้องการทำให้เป็น HALF WAVE ก็นำ 2 มาหาร จะได้ 5 เมตร ทำเป็น ข้างละ QUATOR WAVE ก็จะได้ ประมาณข้างละ 2.5 เมตร อันนี้คือหลักการง่าย ๆ ของสายอากาศ DIPOLE ทีนี้จะนำมาพัฒนาเป็น FOLDED DIPOLE หรือ J POLE หรือ อะไรที่หลาย ๆ นักพัฒนาในเมืองไทยนำมาทำกัน ให้มันวุ่นวายนั้น และก็มโนกันบอกว่ามันแรงมาก จริง ๆ แล้วรากฐานมันก็มาจาก HALF WAVE DIPOLE นั่นเอง

“HALF-WAVE DIPOLE ANTENNA” จึงถือเป็นรากฐานของสายอากาศในทุกชนิด
ทีนี้มาว่ากันต่อถึงสายอากาศ FOLDED DIPOLE สายอากาศประเภทนี้ เขาเรียกกันว่า " REPEATER ANTENNA " ครับ เพราะอะไร ก็เพราะว่า สายอากาศประเภทนี้จะสามารถ ติดต่อได้ในมุมกว้าง เนื่องจากสถานีที่เป็นสถานีหลักในการกระจายข่าวสาร จะต้องให้ลูกข่ายได้รับทราบข้อความที่ตนเองส่งออกไป ดังนั้น สถานีวิทยุฯ ของราชการสมัยก่อน ๆ จึงนิยมที่จะติดตั้งสายอากาศประเภทนี้ไว้ใช้งาน เพราะต้องการส่งข่าวถึงลูกข่ายของตน

พอเกิดขึ้นของกิจการวิทยุฯ ในประเทศไทย ก็เลยเอาแบบอย่างจากสถานีวิทยุฯ ราชการ มาใช้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เหล่านักวิทยุฯ ส่วนใหญ่มักจะใช้สายอากาศ FOLDED DIPOLE  กันซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วทีนี้ สถานีวิทยุฯ สมัครเล่น ไม่ได้มีความถี่ใช้งานแบบเดียวกับความถี่ราชการ สถานีวิทยุฯ สมัครเล่น มีช่องความถี่ถึง 160 ช่องในการใช้งาน พอมาเจอกับสายอากาศที่มีมุมกว้างในการติดต่อสื่อสาร ก็เลยทำให้เกิดการรบกวนกัน กระทบกระทั่งกัน ซึ่งแต่ละท่านก็มักใช้ความรุนแรงในความถี่ต่อว่ากัน แต่หาได้ศึกษาถึงเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่ 

อีกทั้ง Channel Spacing ก็ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น 12.5 KHz. ซึ่งตามมาตรฐานจะอยู่ที่ 16 KHz.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น