Phonetic Alphabet คือ อะไร
ในที่นี้ไม่ใช่การออกเสียงตามหลักภาษาศาสตร์แต่เป็นการออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน เนื่องจากการออกเสียงใกล้เคียงกันของพยัญชนะบางตัว เช่น B กับ D ออกเสียงตาม Phonetic Alphabet เป็น Bravo (บรา โว) กับ Delta (เดล ทะ) คำว่า Amateur ออกเสียงเป็น Alfa Mike Alfa Tango echo uniform romeo (แอลฟะ ไมค์ แอลฟะ แทงโก้ เอคโค่ ยูนิฟอร์ม โรมิโอ) เป็นต้น
Phonetic Alphabet ในชีวิตประจำวัน
บางท่านที่เคยติดต่อจองตั๋วเครื่องบินทางโทรศัพท์กับบริษัททัวร์หรือสายการบิน คงเคยสะกดชื่อด้วยอักษรภาษาอังกฤษกันมาแล้วและคงเคยถูกถามกลับว่าสะกดด้วยพยัญชนะอะไร เช่น H how หรือ S sugar เพราะออกเสียงคล้ายกันเหลือเกิน ทั้งหมดที่ใช้ในการสื่อสารกันมาไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ ขอให้การสื่อสารนั้นถูกต้องแม่นยำเข้าใจตรงกันเป็นอันใช้ได้ แต่ด้วยรหัสที่ใช้แทนพยัญชนะเพื่อการสะกดคำ (alphabet code) มีหลากหลาย แต่ละหน่วยงานก็มีมาตรฐานของตนเอง จึงได้มีผู้ทำการรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ตามแหล่งกำเนิดบ้าง ตามปีที่เกิดบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ๆ ในปี 1913, และอีกหลากหลาย อาทิเช่น
NATO & International Aviation,
British Forces 1952,
RAF 1942-43,
Telecom B,
British A or International ,
British Forces 1952,
RAF 1942-43,
Telecom B,
British A or International ,
New York Police,
Frence,
German,
Italian,
Spanish
Frence,
German,
Italian,
Spanish
ดูภาพประกอบ Phonatic Alphabet ในแบบต่าง ๆ ด้านท้าย
ในความเป็นจริงแล้ว ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่มีอะไรเป็นการลงตัวเท่าไร เพราะเป็นภาษากลางที่เรียกว่า International Language ดังนั้น แต่ละภูมิภาคก็อาจที่จะออกเสียงบางคำไม่ได้ ซึ่งก็คือที่มาของคำว่า วิกต้า หรือ วิกเตอร์ ที่เป็นกล่าวกันว่า ใครถูก หรือ ใครผิด คำนี้ เมื่อในอดีตกาลก็เคยเรียกว่า วิกต้า มาอย่างช้านาน เพราะเกิดจากผู้บริหารของ สหภาพโทรคมนาคม ในขณะนั้นไม่สามารถที่จะออกเสียงคำว่า วิกเตอร์ ได้ ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหาร ก็ได้เปลี่ยนคำอ่านจากคำว่า วิกต้า มาเป็น วิกเตอร์
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าคำว่า วิกต้า หรือ คำว่า วิกเตอร์ ไม่ได้มีความหมายอะไรที่จะต้องมาถกเถียงกันให้ปวดหัว เพราะ Phonatic Alphabet คือ การออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน ไม่ได้เป็นคำภาษาอังกฤษที่ต้องการคำแปล หากเป็นเช่นนั้น บางครั้งการออกเสียงอาจจะทำให้คำแปลเปลี่ยนไปอีกความหมายหนึ่งได้
บางครั้ง ในการติดต่อสื่อสารสากล บางครั้ง ท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน International alphabet เลยซะด้วยซ้ำ แต่อาจจะได้ยิน Country Alphabet , หรือ Alphabet ที่นำแต่ละหลายๆ Alphabet มารวมกันเพื่อให้เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในการติดต่อสื่อสารสิ่งที่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารก็คือ การติดต่อสื่อสารที่ได้ใจความครบถ้วนสมบูรณ์นั่นเอง
ดังนั้น หลักในการติดต่อสื่อสาร ก็คือ ใช้ International Alphabet ที่กำหนดก่อน หากอีกฝ่ายไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ เราอาจจะใช้ Alphabet อื่น ๆ มาผสมได้เพื่อให้ได้การติดต่อสื่อสารที่สมบูรณ์นั่นเอง
ปล. หากจะมานั่งถกเถียงกันด้วยเรื่อง Alphabet นั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่า เราควรที่จะมารณรงค์ในการใช้ความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขานสัญญาณเรียกขานให้ครบถ้วนดีกว่าหรือไม่ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น