หลังจากได้รับใบประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง กันไปแล้ว หลาย ๆ ท่านต่างก็ดำเนินการทำบัตรพนักงานฯ หาเครื่อง , สายอากาศ ซึ่งก็เริ่มจะคันไม้คันมือ กันบ้างแล้ว สิ่งที่แนะนำในเบื้องต้น ในกรณีที่ " เวทีแห่งนี้ไม่มีพี่เลี้ยง " คือ
1. อย่าเพิ่มลงมือเล่น ให้ฟังให้ได้สัก 1 สัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์ ก่อน ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น เพราะว่า นักวิทยุฯ ขั้นกลางมือใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยชินกับ เสียงในแบบ SSB (Single Side Band) อีกทั้งยังไม่ชินกับ Alphabet ที่แปลก ๆ กับสำเนียงของนักวิทยุฯ ที่เป็นต่างชาติ ซึ่งมีความแตกต่างในการออกสำเนียง แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การฟังสัก 1 สัปดาห์ จะทำให้เราจับได้ว่าสิ่งที่เราได้ยิน คือ ใครกำลังสนทนากับใคร เขาพูดอะไรกัน เขาพูดกันอย่างไร
2. นักวิทยุฯ ขั้นกลางบางท่าน อาจจะเคยผ่านประสบการณ์ใน HF มาบ้างแล้วกับการเล่นใน CB (Citizen Band) แต่นั่นเป็นเพียงประสบการณ์ที่จะช่วยให้ท่านมีการพัฒนาที่เร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า บางสิ่งที่ใช้ใน CB จะใช่ในการใช้ใน Amateur อย่างเช่น บางท่านอาจจะติดคำว่า My Friend มาจาก CB แต่ใน Amateur แล้ว ผมมองว่ามันเป็นคำที่ไม่น่าจะใช้ใน Amateur Band
3. ในเบื้องต้น พยายามหา Format ของการเล่น ทั้ง Phone และ CW มาศึกษาเบื้องต้นก่อนว่า เขาใช้กันอย่างไรบ้าง เพื่อที่เวลาได้ออกอากาศจริง ๆ จะทำให้เราไม่ติดขัด
4. สิ่งสำคัญคือ Band Plan ต้องทราบว่า ช่วงความถี่ใด เป็นการใช้งานใน Mode ใด และช่วงความถี่ใดคือความถี่ที่เราสามารถใช้ได้ในการได้รับอนุญาตของเรา
5. หากไม่มั่นใจ ควรหาพี่เลี้ยง หรือ ซ้อมก่อนกับเพื่อน ๆ ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งความถี่สำหรับคนไทยที่รวมตัวกันจะอยู่ที่ความถี่ 7.128 MHz. Mode LSB ซึ่งเราสามารถทำสายอากาศ Low Band แบบง่าย ๆ ด้วยการใช้สายไฟมาทำเป็น Half Wave Dipole ซึ่งจะขึงในแนวนอน หรือ Inverted V ก็แต่ละพื้นที่ของแต่ละท่าน โดยใช้การคำนวณแบบง่าย ๆ คือ 300/7.100 = 42.25 Meters หรือ 1 ความยาวคลื่นของความถี่ 7 MHz. Half wave = 21.13 Meters. ดังนั้น ให้เราตัดลวดที่ความยาวข้างละ 10.56 เมตร และ feed ทั้ง 2 ข้างของแต่ละ Quarter Wave ก็จะได้สายอากาศ 7 MHz. สำหรับคุยกับเพื่อน ๆ ในประเทศได้ อีกทั้ง ยังสามารถที่จะใช้ ATU (Antenna Tuner) ในการ Tune เพื่อใช้สำหรับความถี่ 21 MHz. ได้อีกด้วย
6. เมื่อฝึกซ้อมจนมีชั่วโมงบินแล้ว ค่อยบินเดี่ยว
7. ใน HF ไม่มีช่องบ้าน ไม่มีช่อง Standby ไม่มีช่องประจำ ทุกคนทั่วทั้งโลกเป็นเจ้าของหมด ดังนั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำตัวเป็นเจ้าของช่อง นักวิทยุฯ ทั่วทั้งโลก สามารถที่จะใช้ได้ในทุกความถี่ ที่ได้รับอนุญาต แต่ทั้งนี้ต้องตาม Band Plan ของในแต่ละประเทศที่ได้รับอนุญาต ใครอยากจะทำการออกอากาศ ก็หาความถี่ว่าง และก็ทำการ CQ คือ การเรียกแบบไม่เฉพาะเจาะจง
ปล. อยากให้ศึกษาสักนิดนอกจาก Band Plan แล้วว่า ถ้าเป็นความถี่ต้น Band ส่วนใหญ่จะเป็นพวกพรรษาสูง ๆ ส่วนเรายังพรรษาไม่แก่ จะต้องอยู่ตรงไหน ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะอยู่ท้าย ๆ Band ของในแต่ละ Mode คำว่า " ท้าย Band " ไม่ใช่อยู่ท้าย Band เลยนะครับ คือ อยู่ท้าย Band ของ Mode ยกตัวอย่างเช่น ความถี่ 14 MHz. ได้รับอนุญาต คือ 14.000 - 14.350 MHz.
ความถี่ของ CW จะอยู่ประมาณ 14.000-14.100 MHz. โดย 14.060 ส่วนใหญ่จะเป็น CW Beacon และ 14.076 MHz. จะเป็น Digital (ต้องลองฟัง แต่ Digital จะอยู่แถว ๆ นี้) ความถี่ที่มือใหม่ควรจะเล่นน่าจะอยู่ประมาณ 14.040 ขึ้นไป ซึ่งจะมีมือใหม่ที่ใช้ความเร็วไม่ค่อยมากมาเคาะ CQ กันอยู่ ถ้าเราไม่ตั้ง CQ เราก็เข้าไปเรียกเขาได้
8. เมื่อเริ่มบินเดี่ยว จงจำไว้ว่า ทุกสิ่งที่เราออกอากาศ ไม่ได้หมายถึงตัวเราอย่างเดียว แต่นั่นหมายถึง HS / E2 ทั้งประเทศ ดังนั้น สิ่งที่เคยติดตัวมาตั้งแต่สมัยที่ใช้ใน VHF จงลืมมันซะให้หมด แล้วเริ่มต้นใหม่ การขานสัญญาณเรียกขาน จะต้องขานให้ครบถ้วน ไม่ใช่ตัดตอนเหลือแต่เพียง Suffix จะต้องขานทั้ง Prefix + เขต + Suffix ให้ครบถ้วนทุกครั้ง (อันนี้คือมารยาทในการออกอากาศ)
9. ก่อนการ CQ โดยมารยาท จะต้องสอบถามการใช้งานในความถี่ก่อนเสมอทุกครั้ง ว่า มีใครใช้ความถี่อยู่หรือไม่ / Is the frequency in use this is ..................... ( Callsign ). สัก 3 ครั้ง จนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดใช้จึงค่อยเริ่มการ CQ หรือ เคาะ QRL? DE .......................... (Callsign) 3 ครั้ง
10. การ CQ ไม่ต้องมี DX ใช้การ CQ แบบธรรมดา เช่น CQ CQ CQ THIS IS ...................... (Callsign) (Callsign) (Callsign) calling and Standing by. หรือ ใน CW คือ CQ CQ CQ DE (Callsign) (Callsign) (Callsign) AR K (ดูในเพจก่อนหน้าเรื่อง CW Format)
11. กรณีที่เราเป็นผู้เรียก ในกรณีที่มีผู้อื่น CQ อยู่ ผู้เรียกจะต้องรอให้ผู้ตั้งสนทนาจนจบบทการสนทนากับคู่สนทนาของเขาก่อนเสมอทุกครั้ง จะต้องไม่เสียมารยาทในการสนทนาของ ผู้ตั้ง กับ คู่สนทนาของเขา หลังจากการจบการสนทนาของ คู่สนทนาของเขา และรอให้ผู้ตั้ง เรียกผู้ที่ต้องการจะติดต่อเขาท่านต่อไปโดย ผู้ตั้งจะเรียก QRZ ตามด้วย Callsign ผู้ตั้ง ผู้เรียก จึงค่อยเรียกเข้าไป โดย เรียก Callsign ของ ผู้ตั้ง และ Callsign ของผู้เรียก เช่น ......................... This is E21IZC E21IZC Calling. หรือ เรียกแต่สัญญาณเรียกขานของผู้เรียกอย่างเดียว เช่น E21IZC E21IZC หรือ ใน CW ก็คือ ...................... DE E21IZC E21IZC KN หรือ DE E21IZC E21IZC K
12. ในการติดต่อสื่อสาร สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกันระหว่างคู่สถานี ก็คือ สัญญาณเรียกขาน , Report , ชื่อ , QTH (ชื่อเมืองที่อยู่) , เครื่องที่ใช้ , สายอากาศ , กำลังส่ง , สภาพอากาศ ฯลฯ ที่ดูแล้วว่ามีความสำคัญ
13. ในการติดต่อสื่อสาร ผู้ตั้ง ควรดูจังหวะในการติดต่อด้วยว่า ในขณะนั้นมีผู้รอเรียกเราในจำนวนมากหรือไม่ หากมีจำนวนมากที่รอจะติดต่อ เราควรที่จะสนทนาแบบ Ragchew สัก 1 - 2 คู่สนทนา เพราะผู้ที่รับฟังเราอยู่เขาจะจดสิ่งที่เป็นสำคัญสำหรับเราไว้แล้ว หลังจากนั้นควรเปลี่ยนการสนทนามาเป็น Pileup คือ การ Confirm สัญญาณเรียกขาน และ Report สัญญาณ และก็ร่ำรากัน หรือ อาจจะเป็นมาเป็น Ragchew อีกครั้งเมื่อดูว่ามีผู้ต้องการติดต่อเราซาลง
14. ในกรณีที่เราเป็นผู้เรียก ก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องดู ณ สถานการณ์นั้น ๆ ด้วยว่า ผู้ตั้ง เขาต้องการสนทนาแบบ Ragchew หรือ เขามีคู่สนทนาอื่น ๆ รอการติดต่ออยู่ หากเขาใช้การติดต่อแบบ Pile Up เราก็จะต้อง Confirm เพียงสัญญาณเรียกขาน และ รายงานค่าสัญญาณเท่านั้น และก็ร่ำรากัน
15. ในเบื้องต้น นักวิทยุฯ ขั้นกลางมือใหม่ ควรที่จะเป็นผู้เรียก ดีกว่า เป็นผู้ตั้ง และเมื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้ในระดับหนึ่งแล้วจึงค่อยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตั้ง
16. เมื่อเริ่มเป็นผู้ตั้ง อย่าเพิ่งไปเล่นในสถานีที่เป็นสถานีใหญ่ (Big Gun) เพราะในสถานีใหญ่ จะมีวง Pile up เยอะมาก ซึ่งชั่วโมงบินของมือใหม่ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะเผชิญกับ Big Pile up ดังนั้น ควรฝึกหัดที่สถานีของตนเองให้เกิดความชำนาญ และถ้าจำเป็นต้องออกอากาศจากสถานี Big gun ควรมีพี่เลี้ยงช่วยในการออกอากาศ
17. สิ่งที่ไม่ควรลืมในการเล่น HF คือ Log Book ควรใช้เป็น Electronic Log จะดีที่สุด เพราะจะสามารถที่จะเก็บไว้เป็น Soft file และ Convert เป็น ADIF ไฟล์เพื่อ Upload ลงบน Database บน Internet ได้อีกครับ อีกทั้ง EL ยังช่วยในการจัดทำ Label สำหรับพิมพ์ลงบน QSL Card อีกด้วย
18. เวลาในการติดต่อสื่อสารจะต้องเป็นเวลาที่เป็นเวลามาตรฐานสากล คือ เวลา UTC
19. จัดทำ QSL Card ซึ่งไม่จำเป็นต้องพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่สวยหรู เราสามารถที่จะทำจากคอมพิวเตอร์เรา และพิมพ์ออกมาแบบ 1 by 1 ก็ได้ หรืออาจจะสมัคร Lotw หรือ Log Book of the World ของ ARRL ก็ได้สำหรับท่านที่สนใจในการสะสม QSL Card เพื่อ Confirm รางวัลต่าง ๆ ที่ออกโดย ARRL
20. สำหรับมือใหม่ บางทียังไม่ค่อยทราบ หรือ ฟังไม่ชัดเจนใน Alphabet ที่สถานีเรียกใช้ ดังนั้น DX Cluster ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยได้ในการหาความถี่ที่มีสถานีตั้งเรียกอยู่ ซึ่ง Cluster ที่ใช้ ๆ กันส่วนใหญ่ก็จะมี http://www.f5len.org ซึ่งจะมีทั้ง Cluster และ สภาพอากาศในแต่วันในแต่ละละ Band อีกด้วย
2. นักวิทยุฯ ขั้นกลางบางท่าน อาจจะเคยผ่านประสบการณ์ใน HF มาบ้างแล้วกับการเล่นใน CB (Citizen Band) แต่นั่นเป็นเพียงประสบการณ์ที่จะช่วยให้ท่านมีการพัฒนาที่เร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า บางสิ่งที่ใช้ใน CB จะใช่ในการใช้ใน Amateur อย่างเช่น บางท่านอาจจะติดคำว่า My Friend มาจาก CB แต่ใน Amateur แล้ว ผมมองว่ามันเป็นคำที่ไม่น่าจะใช้ใน Amateur Band
3. ในเบื้องต้น พยายามหา Format ของการเล่น ทั้ง Phone และ CW มาศึกษาเบื้องต้นก่อนว่า เขาใช้กันอย่างไรบ้าง เพื่อที่เวลาได้ออกอากาศจริง ๆ จะทำให้เราไม่ติดขัด
4. สิ่งสำคัญคือ Band Plan ต้องทราบว่า ช่วงความถี่ใด เป็นการใช้งานใน Mode ใด และช่วงความถี่ใดคือความถี่ที่เราสามารถใช้ได้ในการได้รับอนุญาตของเรา
5. หากไม่มั่นใจ ควรหาพี่เลี้ยง หรือ ซ้อมก่อนกับเพื่อน ๆ ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งความถี่สำหรับคนไทยที่รวมตัวกันจะอยู่ที่ความถี่ 7.128 MHz. Mode LSB ซึ่งเราสามารถทำสายอากาศ Low Band แบบง่าย ๆ ด้วยการใช้สายไฟมาทำเป็น Half Wave Dipole ซึ่งจะขึงในแนวนอน หรือ Inverted V ก็แต่ละพื้นที่ของแต่ละท่าน โดยใช้การคำนวณแบบง่าย ๆ คือ 300/7.100 = 42.25 Meters หรือ 1 ความยาวคลื่นของความถี่ 7 MHz. Half wave = 21.13 Meters. ดังนั้น ให้เราตัดลวดที่ความยาวข้างละ 10.56 เมตร และ feed ทั้ง 2 ข้างของแต่ละ Quarter Wave ก็จะได้สายอากาศ 7 MHz. สำหรับคุยกับเพื่อน ๆ ในประเทศได้ อีกทั้ง ยังสามารถที่จะใช้ ATU (Antenna Tuner) ในการ Tune เพื่อใช้สำหรับความถี่ 21 MHz. ได้อีกด้วย
6. เมื่อฝึกซ้อมจนมีชั่วโมงบินแล้ว ค่อยบินเดี่ยว
7. ใน HF ไม่มีช่องบ้าน ไม่มีช่อง Standby ไม่มีช่องประจำ ทุกคนทั่วทั้งโลกเป็นเจ้าของหมด ดังนั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำตัวเป็นเจ้าของช่อง นักวิทยุฯ ทั่วทั้งโลก สามารถที่จะใช้ได้ในทุกความถี่ ที่ได้รับอนุญาต แต่ทั้งนี้ต้องตาม Band Plan ของในแต่ละประเทศที่ได้รับอนุญาต ใครอยากจะทำการออกอากาศ ก็หาความถี่ว่าง และก็ทำการ CQ คือ การเรียกแบบไม่เฉพาะเจาะจง
ปล. อยากให้ศึกษาสักนิดนอกจาก Band Plan แล้วว่า ถ้าเป็นความถี่ต้น Band ส่วนใหญ่จะเป็นพวกพรรษาสูง ๆ ส่วนเรายังพรรษาไม่แก่ จะต้องอยู่ตรงไหน ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะอยู่ท้าย ๆ Band ของในแต่ละ Mode คำว่า " ท้าย Band " ไม่ใช่อยู่ท้าย Band เลยนะครับ คือ อยู่ท้าย Band ของ Mode ยกตัวอย่างเช่น ความถี่ 14 MHz. ได้รับอนุญาต คือ 14.000 - 14.350 MHz.
ความถี่ของ CW จะอยู่ประมาณ 14.000-14.100 MHz. โดย 14.060 ส่วนใหญ่จะเป็น CW Beacon และ 14.076 MHz. จะเป็น Digital (ต้องลองฟัง แต่ Digital จะอยู่แถว ๆ นี้) ความถี่ที่มือใหม่ควรจะเล่นน่าจะอยู่ประมาณ 14.040 ขึ้นไป ซึ่งจะมีมือใหม่ที่ใช้ความเร็วไม่ค่อยมากมาเคาะ CQ กันอยู่ ถ้าเราไม่ตั้ง CQ เราก็เข้าไปเรียกเขาได้
8. เมื่อเริ่มบินเดี่ยว จงจำไว้ว่า ทุกสิ่งที่เราออกอากาศ ไม่ได้หมายถึงตัวเราอย่างเดียว แต่นั่นหมายถึง HS / E2 ทั้งประเทศ ดังนั้น สิ่งที่เคยติดตัวมาตั้งแต่สมัยที่ใช้ใน VHF จงลืมมันซะให้หมด แล้วเริ่มต้นใหม่ การขานสัญญาณเรียกขาน จะต้องขานให้ครบถ้วน ไม่ใช่ตัดตอนเหลือแต่เพียง Suffix จะต้องขานทั้ง Prefix + เขต + Suffix ให้ครบถ้วนทุกครั้ง (อันนี้คือมารยาทในการออกอากาศ)
9. ก่อนการ CQ โดยมารยาท จะต้องสอบถามการใช้งานในความถี่ก่อนเสมอทุกครั้ง ว่า มีใครใช้ความถี่อยู่หรือไม่ / Is the frequency in use this is ..................... ( Callsign ). สัก 3 ครั้ง จนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดใช้จึงค่อยเริ่มการ CQ หรือ เคาะ QRL? DE .......................... (Callsign) 3 ครั้ง
10. การ CQ ไม่ต้องมี DX ใช้การ CQ แบบธรรมดา เช่น CQ CQ CQ THIS IS ...................... (Callsign) (Callsign) (Callsign) calling and Standing by. หรือ ใน CW คือ CQ CQ CQ DE (Callsign) (Callsign) (Callsign) AR K (ดูในเพจก่อนหน้าเรื่อง CW Format)
11. กรณีที่เราเป็นผู้เรียก ในกรณีที่มีผู้อื่น CQ อยู่ ผู้เรียกจะต้องรอให้ผู้ตั้งสนทนาจนจบบทการสนทนากับคู่สนทนาของเขาก่อนเสมอทุกครั้ง จะต้องไม่เสียมารยาทในการสนทนาของ ผู้ตั้ง กับ คู่สนทนาของเขา หลังจากการจบการสนทนาของ คู่สนทนาของเขา และรอให้ผู้ตั้ง เรียกผู้ที่ต้องการจะติดต่อเขาท่านต่อไปโดย ผู้ตั้งจะเรียก QRZ ตามด้วย Callsign ผู้ตั้ง ผู้เรียก จึงค่อยเรียกเข้าไป โดย เรียก Callsign ของ ผู้ตั้ง และ Callsign ของผู้เรียก เช่น ......................... This is E21IZC E21IZC Calling. หรือ เรียกแต่สัญญาณเรียกขานของผู้เรียกอย่างเดียว เช่น E21IZC E21IZC หรือ ใน CW ก็คือ ...................... DE E21IZC E21IZC KN หรือ DE E21IZC E21IZC K
12. ในการติดต่อสื่อสาร สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกันระหว่างคู่สถานี ก็คือ สัญญาณเรียกขาน , Report , ชื่อ , QTH (ชื่อเมืองที่อยู่) , เครื่องที่ใช้ , สายอากาศ , กำลังส่ง , สภาพอากาศ ฯลฯ ที่ดูแล้วว่ามีความสำคัญ
13. ในการติดต่อสื่อสาร ผู้ตั้ง ควรดูจังหวะในการติดต่อด้วยว่า ในขณะนั้นมีผู้รอเรียกเราในจำนวนมากหรือไม่ หากมีจำนวนมากที่รอจะติดต่อ เราควรที่จะสนทนาแบบ Ragchew สัก 1 - 2 คู่สนทนา เพราะผู้ที่รับฟังเราอยู่เขาจะจดสิ่งที่เป็นสำคัญสำหรับเราไว้แล้ว หลังจากนั้นควรเปลี่ยนการสนทนามาเป็น Pileup คือ การ Confirm สัญญาณเรียกขาน และ Report สัญญาณ และก็ร่ำรากัน หรือ อาจจะเป็นมาเป็น Ragchew อีกครั้งเมื่อดูว่ามีผู้ต้องการติดต่อเราซาลง
14. ในกรณีที่เราเป็นผู้เรียก ก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องดู ณ สถานการณ์นั้น ๆ ด้วยว่า ผู้ตั้ง เขาต้องการสนทนาแบบ Ragchew หรือ เขามีคู่สนทนาอื่น ๆ รอการติดต่ออยู่ หากเขาใช้การติดต่อแบบ Pile Up เราก็จะต้อง Confirm เพียงสัญญาณเรียกขาน และ รายงานค่าสัญญาณเท่านั้น และก็ร่ำรากัน
15. ในเบื้องต้น นักวิทยุฯ ขั้นกลางมือใหม่ ควรที่จะเป็นผู้เรียก ดีกว่า เป็นผู้ตั้ง และเมื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้ในระดับหนึ่งแล้วจึงค่อยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตั้ง
16. เมื่อเริ่มเป็นผู้ตั้ง อย่าเพิ่งไปเล่นในสถานีที่เป็นสถานีใหญ่ (Big Gun) เพราะในสถานีใหญ่ จะมีวง Pile up เยอะมาก ซึ่งชั่วโมงบินของมือใหม่ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะเผชิญกับ Big Pile up ดังนั้น ควรฝึกหัดที่สถานีของตนเองให้เกิดความชำนาญ และถ้าจำเป็นต้องออกอากาศจากสถานี Big gun ควรมีพี่เลี้ยงช่วยในการออกอากาศ
17. สิ่งที่ไม่ควรลืมในการเล่น HF คือ Log Book ควรใช้เป็น Electronic Log จะดีที่สุด เพราะจะสามารถที่จะเก็บไว้เป็น Soft file และ Convert เป็น ADIF ไฟล์เพื่อ Upload ลงบน Database บน Internet ได้อีกครับ อีกทั้ง EL ยังช่วยในการจัดทำ Label สำหรับพิมพ์ลงบน QSL Card อีกด้วย
18. เวลาในการติดต่อสื่อสารจะต้องเป็นเวลาที่เป็นเวลามาตรฐานสากล คือ เวลา UTC
19. จัดทำ QSL Card ซึ่งไม่จำเป็นต้องพิมพ์จากโรงพิมพ์ที่สวยหรู เราสามารถที่จะทำจากคอมพิวเตอร์เรา และพิมพ์ออกมาแบบ 1 by 1 ก็ได้ หรืออาจจะสมัคร Lotw หรือ Log Book of the World ของ ARRL ก็ได้สำหรับท่านที่สนใจในการสะสม QSL Card เพื่อ Confirm รางวัลต่าง ๆ ที่ออกโดย ARRL
20. สำหรับมือใหม่ บางทียังไม่ค่อยทราบ หรือ ฟังไม่ชัดเจนใน Alphabet ที่สถานีเรียกใช้ ดังนั้น DX Cluster ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยได้ในการหาความถี่ที่มีสถานีตั้งเรียกอยู่ ซึ่ง Cluster ที่ใช้ ๆ กันส่วนใหญ่ก็จะมี http://www.f5len.org ซึ่งจะมีทั้ง Cluster และ สภาพอากาศในแต่วันในแต่ละละ Band อีกด้วย
ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้น น่าจะเป็นการช่วยเหลือ นักวิทยุฯ ขั้นกลางมือใหม่ ได้บ้างบางส่วนในการที่จะเริ่มท่องโลกกว้าง ในโลกที่ไม่มีสิ่งหยุดนิ่ง เรื่องอื่น ๆ จะค่อย ๆ นำมาเพิ่มเติมให้ในส่วนที่ขาด หรือ ท่านใดต้องการทราบเรื่องอะไรที่ผมไม่ได้เขียนก็เขียนเข้ามาถามได้นะครับ ถ้าตอบได้จะยินดีตอบให้ทราบครับ
Tnx vy much krub
ตอบลบ