วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การนำเข้าวิทยุคมนาคมเข้ามาในราชอาณาจักรไทย (กรณีเป็นเครื่องมี Type Approval)

ขั้นตอนการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม (กรณีที่มี Type Approve แล้ว)

1. ทำจดหมายขอคัดสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์ พร้อมแนบเอกสารประกอบดังต่อไปนี้
          1.1 สำเนาบัตรประชาชน
          1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
          1.3 สำเนาบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น
          1.4 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
          1.5 สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

รายละเอียดรายการในจดหมาย ขอคัดสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียนที่ ..................................

วันที่......................................

เรื่อง  ขอคัดสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์

เรียน  ผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม

ข้าพเจ้า ........................................  มีความประสงค์ขอคัดสำเนาใบรับรองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ (TYPE APPROVE)
ของเครื่องวิทยุคมนาคม ยี่ห้อ ..................  รุ่น ........................  สำหรับนำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการด้วย จักขอบคุณยิ่ง


ขอแสดงความนับถือ
(..................................)
ผู้นำเข้า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากนั้นนำไปยื่นที่ สำนักงาน กสทช. (พหลโยธิน ซ.8  รอเวลาประมาณ 3-4 วันทำการ
เพื่อรับสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์ โดยในกรณีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น


ตัวอย่างหนังสือสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์

2.  จากนั้นเมื่อได้รับสำเนาใบรับรองเครื่องวิทยุโทรคมนาคม และอุปกรณ์ แล้ว ให้นำสำเนาฉบับดังกล่าว ไปดำเนินเรื่องใบอนุญาตนำเข้า

โดยเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
          2.1 จดหมายขออนุญาตนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมสมัครเล่น สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง
          2.2 คำขอใบอนุญาตนำเข้า (แบบ ฉ.ก.1)
          2.3 สำเนาบัตรประชาชน
          2.4 สำเนาทะเบียนบ้าน
          2.5 สำเนาบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น
          2.6 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
          2.7 สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
          2.8 แค็ตตาล็อก รุ่นที่ต้องการนำเข้ามา (หาได้จาก google)
          2.9 ใบตอบรับการสั่งซื้อสินค้า หรือ Proforma Inv. (อาจจะทำขึ้นมาเองก็ได้โดยทำเป็นจดหมายบอกถึงชื่อร้าน , ที่อยู่ , ประเทศ และประมาณราคาเครื่องที่จะนำเข้ามา
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างจดหมายขออนุญาตนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมเข้ามาในราชอาณาจักร

เขียนที่ .....................................

วันที่ ............................................

เรื่อง  ขออนุญาตนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมสมัครเล่น สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่น (ขั้นต้น / ขั้นกลาง)

เรียน  ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตกิจการเฉพาะกิจ

ข้าพเจ้า ........................................ อายุ .............. ปี อยู่บ้านเลขที่ ..............................................................
พนักงานวิทยุสมัครเล่น (ขั้นต้น / ขั้นกลาง) มีความประสงค์ที่จะนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม โดยซื้อจากร้าน
...  (ตามรายละเอียดแนบท้าย)

ยี่ห้อ ............ รุ่น ................. ผลิตในประเทศ............ จำนวน ..............เครื่อง ราคาประมาณเครื่องละ ...................
(....................................................) หรือ ประมาณ .................................. บาท
(......................................................................)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการด้วย จักขอบคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
(.....................................................)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากนั้นนำไปยื่นที่ กสทช. กรณีนี้มีค่าใช้จ่าย 214 บาท (สองร้อยสิบสี่บาทถ้วน) จากนั้นรอสักประมาณ 5-7 วันทำการ ก็จะได้รับใบอนุญาตนำเข้า ให้ขอเบอร์ติดต่อไว้ และโทรเช็คว่าใบอนุญาตออกหรือยัง (ใบอนุญาตมีอายุ 180 วันนับจากวันออกใบอนุญาต)


ตัวอย่างใบอนุญาตนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม

3. เมื่อเครื่องวิทยุคมนาคมได้เข้ามาในราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว จะต้องผ่านพิธีการศุลกากรที่ด่านศุลกากรที่นำเครื่องวิทยุคมนาคม นั้นเข้ามาในราชอาณาจักร
พิกัดศุลกากร คือ 8525.60.00 ซึ่งอัตราภาษีศุลกากรเป็น 0% แต่ใช้ราคา CIF คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% คือเงินที่จะต้องชำระ
ซึ่งขั้นตอนนี้จะดำเนินการเองก็ได้ หรือ จะใช้บริการ Shipping ที่มีความชำนาญก็ได้ ซึ่งอัตราค่าบริการต่อครั้งไม่เกินครั้งละ 1000 - 1200 บาท
ไม่รวมค่าใช้จ่ายศุลกากร และ ค่าภาษี
ตัวอย่างใบขนสินค้าขาเข้า

หลังจากดำเนินพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ให้นำสำเนาใบขน , ใบเสร็จการเสียภาษีศุลกากร เก็บไว้เพื่อรอประกอบเอกสารการขออนุญาตต่อ กสทช. ต่อไป

*****  เพิ่มเติมในการดำเนินพิธีการศุลกากรขาเข้า ***** 

ต้องแนบใบอนุญาตนำเข้าให้กับศุลกากรด้วย แต่ในกรณีที่ใบอนุญาตนำเข้ามีมากกว่า 1 เครื่อง ให้ถ่ายสำเนาเพิ่ม พร้อมแนบใบ Invoice ประกอบ


***** เพิ่มเติม ในใบขนขาเข้า เมื่อ Shipping ดำเนินการ draft ใบขนให้ตรวจเช็ค ให้ตรวจเช็คให้ละเอียด โดยเฉพาะ ชนิดของ ด้านขาวมือ ห้ามใส่คำว่า " NO BRAND " เด็ดขาด ต้องให้ Shipping ใส่ตามรุ่นที่นำเข้ามา เช่น ICOM , YAESU , KENWOOD เป็นต้น *****

4. จัดทำเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตใช้ ต่อ กสทช. หลังจากผ่านพิธีการศุลการกรเรียบร้อยแล้ว กรณีที่เป็นเครื่องที่มี Type approve
ได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเครื่องเข้าตรวจ โดยจะใช้เฉพาะเอกสารแทน ดังต่อไปนี้
          4.1 คำขอใบอนุญาตใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (แบบ ฉ.ก.2)
          4.2 สำเนาใบอนุญาตนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม
          4.3 สำเนาใบขนขาเข้าของกรมศุลกากรที่ผ่านพิธีการเรียบร้อยแล้ว
          4.4 สำเนาใบเสร็จรับเงินชำระค่าภาษีอากรของกรมศุลกากรที่ผ่านพิธีการเรียบร้อยแล้ว
          4.5 สำเนาใบรับรองตัวอย่างเครื่องวิทยุคมนาคม (Type Approval) Download จากในเวป กสทช.
          4.6 บัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคม แบบ ฉก.1/1 และข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ บรรจุลงแผ่น CD
          4.7 จดหมายแจ้งการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม ตามเงื่อนไขใบอนุญาต
          4.8 สำเนาทะเบียนบ้าน
          4.9 สำเนาบัตรประชาชน
          4.10 สำเนาบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น
          4.11 สำเนาใบอนุญาตตั้งสถานี (กรณีเป็นเครื่องชนิดติดรถยนต์ หรือ ชนิดติดตั้งประจำที่)
          4.12 หนังสือมอบอำนาจ
          4.13 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

*** อย่าลืม *** รายการที่ 4.6 บัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคม แบบ ฉก.1/1 และข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ บรรจุลงแผ่น CD ให้ทำลงบนแผ่น CD และแนบตอน
ยื่นเอกสารชุดนี้ด้วย

จากนั้นนำไปยื่นที่ กสทช. และจ่ายชำระค่าใช้จ่ายประมาณ 535 บาท รอประมาณ 7 วันทำการ ให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ ก็จะได้รับใบอนุญาตใช้


4.7 ตัวอย่างจดหมายแจ้งการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม ตามเงื่อนไขใบอนุญาต



4.6 บัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคม แบบ ฉก.1/1 และข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ บรรจุลงแผ่น CD


***** เพิ่มเติม เอกสาร *****

2.2 คำขอใบอนุญาตนำเข้า (แบบ ฉ.ก.1)
4.1 คำขอใบอนุญาตใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (แบบ ฉ.ก.2)
4.6 บัญชีแสดงรายการเครื่องวิทยุคมนาคม แบบ ฉก.1/1 และข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ บรรจุลงแผ่น CD
4.7 จดหมายแจ้งการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม ตามเงื่อนไขใบอนุญาต
หาได้จากเวป กสทช

***** เพิ่มเติม *****

ในขั้นตอนขอใบอนุญาตนำเข้า เมื่อ กสทช. ออกใบอนุญาตนำเข้าให้แล้ว จะให้ สติกเกอร์ NTC-B00101-03-0000 มาให้เราเลย เสียเงินเพิ่มอีก 1 บาท หรือ 2 บาท ไม่แน่ใจ สติกเกอร์นี้ ให้นำมาติดที่เครืองวิทยุคมนาคม เมื่อนำเข้ามาแล้วครับ


จากนั้น ยื่นเอกสารต่าง ๆ ครบเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนสุดท้าย ให้จัดทำ ใบคำขออนุญาตใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (แบบ ฉ.ก.2) พร้อมไปด้วยเลย เพื่อออกใบอนุญาตใช้เครื่องวิทยุคมนาคม

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

BAND PLAN

          เรื่องของ Band Plan เป็นเรื่องที่นักวิทยุสมัครเล่นทุกคนต้องรู้ และเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและตัวนักวิทยุสมัครเล่นเอง จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เป็นไปตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ (Radio Regulation)

Band Plan คืออะไร

            Band Plan คือแผนการใช้ความถี่ หมายถึงการวางแผนการใช้งานความถี่วิทยุ ซึ่งจะกำหนดว่า ความถี่ทั้งหมดในโลกนี้มีอะไรบ้าง แบ่งออกเป็นกี่ย่านความถี่ และแต่ละย่านความถี่จะใช้ในกิจการอะไร และในกิจการนั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ความถี่ จะสามารถใช้งานติดต่อสื่อสารในรูปแบบใด ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้คือฝ่ายบริหารความถี่วิทยุ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมมนาคมแห่งชาติ

Band Plan มาจากไหน

            สหภาพโทรคมนาคม International Telecommunication/ ITU เป็นองค์กรผู้ชำนาญการทางด้านความถี่วิทยุของสหประชาชาติ มีรัฐบาลของแต่ละประเทศเป็นสมาชิก มีการประชุมร่วมกันว่าด้วยเรื่องการจัดสรรความถี่วิทยุและข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ เดิมเรียกว่าการประชุม WARC World Administration Radio Conference ต่อมาเรียกกว่า WRC World Radio Conference ก่อนหน้านี้ จะมีการประชุมกันทุก ๆ 10 ปี ในปัจจุบัน มีการประชุมกันทุก 2-3 ปี

          ITU จะเป็นผู้ทำหน้าที่กำหนดว่า ความถี่ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้แบ่งออกเป็นกี่ย่านความถี่อะไรบ้างและในแต่ละย่านความถี่ ช่วงความถี่ไหน ควรจะนำไปใช้งานในกิจการใดบ้าง เช่น กิจการวิทยุกระจายเสียง โทรศัพท์ การเดินเรือ หรือวิทยุสมัครเล่นเป็นต้น

          การกำหนด Band Plan เป็นเพียงการจัดสรรความถี่แยกประเภทการใช้งาน แต่ไม่ได้บังคับว่า รัฐบาลของประเทศสมาชิกจะต้องมีกิจการนั้น ๆ ด้วย จึงมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่พร้อมที่จะมีกิจการวิทยุสมัครเล่นในประเทศของตน หรือมีแบบไม่เต็มรูปแบบ รัฐบาลบางประเทศอาจมีหมายเหตุกับ ITU ว่า ความถี่สำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นอาจกำหนดให้เป็นกิจการรอง
  
IARU Band Plan

            สมาพันธ์นักวิทยุสมัครเล่นนานาชาติ International Amateur Radio Union/IARU เป็นองค์กรผู้ชำนาญการทางด้านวิทยุสมัครเล่น เป็นที่ยอมรับของ ITU สมาชิกขององค์กรประกอบด้วยสมาคมหลักที่เกี่ยวกับกิจการวิทยุสมัครเล่น โดยในประเทศไทยคือสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ / RAST สมาคมของประเทศสมาชิกก็จะมาประชุมร่วมกัน ในเรื่องต่าง ๆ อันเกี่ยวกับกิจการวิทยุสมัครเล่น ทำหน้าที่ส่งเสริมและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของกิจการวิทยุสมัครเล่น

            IARU ในฐานะที่มีความชำนาญในเรื่องกิจการวิทยุสมัครเล่น ก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลือภาครัฐในการกำหนดว่า ในแต่ละย่านความถี่ที่ได้รับมาจาก ITU นั้น ควรจะใช้งานติดต่อสื่อสารรูปแบบใดบ้างเช่น Mode EME, CW, FM, DATA เป็นต้น  เพื่อเป็นแนวทางให้กับสมาคมฯ หลักของประเทศ หรือภาครัฐดำเนินการเป็นรูปแบบเดียวกัน ในแต่ละประเทศจะกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมมากน้อยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นของแต่ละประเทศ

โดยในประเทศไทยได้จัดสรรความถี่ดังต่อไปนี้

THAILAND AMATEUR RADIO BAND PLAN

                   1.800 - 1.825 (160 Meter)
                   3.500 - 3.540 (80 Meter)
                   7.000 - 7.200 (40 Meter)
                   10.100 - 10.150 (30 Meter)
                   14.000 - 14.350 (20 Meter)
                   18.068 - 18.168 (17 Meter)
                   21.000 - 21.450 (15 Meter)
                   24.890 - 24.990 (12 Meter)
                   28.000 - 29.700 (10 Meter)
                   144.000 - 146.000 (20 Meter)
                   435.000 438.000 (70 CM) FOR RECEIVE SATTLELITE ONLY






CR. Bandplan Photo by RAST and HS2JFW Page.

Electronic Logbook

          Electronic Logbook คืออะไร Electronic Logbook ก็คือโปรแกรมที่ใช้บันทึกการติดต่อสื่อสารในการสนทนาของเรากับคู่สถานี QSO ซึ่งทำไมเราต้องใช้ Electronic Logbook ก็เพื่อใช้สำหรับยืนยันและบันทึกการติดต่อของเราเพื่อใช้สำหรับลงใน QSL Card ในกรณีที่ผู้ที่ติดต่อเราต้องการที่จะขอแลกเปลี่ยน QSL Card ในการขอขึ้นรางวัล อีกทั้ง Electronic Log ก็ยังสามารถที่จะช่วยเราในการปรินท์ข้อมูลการติดต่อต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้การเขียน โดย Electro Log มีหลากหลายโปรแกรมเป็นอย่างมาก แต่ในที่นี้ขอแนะนำโปรแกรม XMLOG ซึ่งเป็น Electronic Log โปรแกรมหนึ่งที่มีความง่ายต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับนักวิทยุฯ มือใหม่ ๆ ในการใช้อย่างมาก และสามารถที่จะ Import หรือ Export ไฟล์ไปใช้งานอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย


สามารถ Download Program นี้ได้ที่ http://www.xmlog.com/


DXCC คือ อะไร

DXCC หรือ DX Century Club เป็นรางวัลเกี่ยวกับวิทยุสมัครเล่นที่บรรดานักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกหลาย ๆ ท่านใฝ่ฝันอยากจะได้มาไว้ในครอบครองสักครั้งหนึ่งของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่น โดยการติดต่อนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกตาม DXCC List ให้ได้ครบ100 ประเทศขึ้นไป หรือมากกว่า โดยรางวัล DXCC นี้จะออกโดย สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ American Radio Relay League (ARRL) โดยนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกมีสิทธิ์ที่จะขอขึ้นรางวัลนี้ได้ โดยส่งบัตรยืนยันการติดต่อสื่อสารที่ได้รับการแลกเปลี่ยนจากเพื่อนนักวิทยุฯ ไปที่ ARRL หรือ การใช้ LOGBOOK OF THE WORLD (LOTW) โดย รางวัลดังกล่าวนี้ แต่ละใบจะมีหลายเลขการรับรางวัลของแต่ละคนเรียงตามลำดับก่อนหลังการขอขึ้นรางวัลไป โดยมีรายละเอียดแต่ละรางวัลจำนวน 16 DXCC Awards แยกได้ดังต่อไปนี้

          1.  MIXED
          2.  PHONE
          3.  CW
          4.  DIGITAL
          5.  SATELLITE
          6.  160 Meters
          7.  80 Meters
          8.  40 Meters
          9.  30 Meters
          10.  20 Meters
          11.  17 Meters
          12.  15 Meters
          13.  12 Meters
          14.  10 Meters
          15.  6 Meters
          16.  2 Meters
  
          และรวมถึง การติดต่อครบ 5 Band ก็จะมีรางวัล 5 Band DXCC หรือ DXCC Honor Roll ที่ต้องได้รับการยืนยัน ตั้งแต่ 331 ประเทศขึ้นไป ในโหมด 1-5 หรือ DXCC #1 Honor Roll ที่ต้องได้รับการยืนยัน ตั้งแต่ 340 ประเทศขึ้นไป ตาม DXCC List หรือ DXCC Challenge AWARD , QRP DXCC.



ที่มา : http://www.arrl.org/dxcc

Amateur Radio Contest / การแข่งขันในกิจการวิทยุสมัครเล่น

          การแข่งขันในกิจการวิทยุสมัครเล่นคืออะไร การแข่งขันในกิจการวิทยุสมัครเล่นก็คือ การติดต่อสื่อสารในเวลาที่กำหนด และแลกเปลี่ยนสิ่งที่การแข่งขันกำหนด โดยให้ติดต่อให้ได้จำนวน QSO ให้ได้เป็นจำนวนมากที่สุด

          ก่อนการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันควรจะต้องศึกษาถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ของการแข่งขันให้เข้าใจ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ยุติธรรม และความมีสปิริต และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังการแข่งขันจบ

          ในการแข่งขันในกิจการวิทยุสมัครเล่น แต่ละการแข่งขัน จะมีการแบ่งเป็น Class ต่าง ๆ อาทิเช่น
          1.  การแข่งเป็นทีม
                   1.1  ออกอากาศพร้อมกันทุก Band (Multi Multi Operator)
                   1.2  ออกอากาศเครื่องเดียว (Multi Single Operator)
          2.  การแข่งขันแบบคนเดียว
                   2.1  ออกอากาศคนเดียว ความถี่เดียว (Single Operator Single Band)
                   2.2  ออกอากาศคนเดียว หลายความถี่ (Single Operator Multi Band)
          3.  การแข่งขันแบบคนเดียว กำลังส่งต่อ (Single Operator QRP)
          4.  การแข่งขันแบบคนเดียว มือใหม่ (Single Operator Rukee)

          ผู้เข้าแข่งขันแต่ละท่านจะต้องเลือก Class ที่จะแข่งขันที่เห็นว่าเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด โดยในการแข่งขันนั้น เวลาอาจจะเป็น 48 ชั่วโมง หรือ 27 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง ก็เป็นได้สำหรับการแข่งขันรายการเล็ก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีการแข่งขันตลอดทุกสัปดาห์ โดยรายการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ จะเป็นการจัดโดย นิตยสาร CQ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ในรายการ CQ WW ซึ่งจะแยกเป็น CQ WW WPX และ CQ WW DX โดยแยกเป็น Mode คือ Phone , CW , RTTY


          สิ่งสำคัญในการแข่งขันอีกประการหนึ่งก็คือ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทราบว่าอะไรคือ Multiplier สำหรับการแข่งขันรายการนั้น ๆ เพราะเจ้าตัว Multiplier นี่เองคือตัวที่จะทำคะแนนให้เราได้เป็นอย่างดี และหากผู้เข้าร่วมการแข่งขันอยากที่จะได้รับ Award หรือ บัตรรางวัล จากผู้จัดการแข่งขัน ก็ต้องมีการวางแผนให้ดี และศึกษาว่ามีใครเข้าแข่งขันใน Class ไหน และเราควรที่จะไปลงใน Class ไหน เพื่อไม่ต้องชนกับสถานีใหญ่ ๆ หรือ สถานี BIG GUN โดยการเข้าไปดูการ announcement ได้ที่ http://www.ng3k.com/Contest/

การเช็คเน็ท คือ

          การเช็คเน็ท เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักวิทยุสมัครเล่น ที่มักจะทำเป็นประจำเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  การเช็คเน็ทฯ ก็คือ การทดสอบสัญญาณวิทยุของนักวิทยุสมัครเล่น  ในแต่ละวันจะมีการทดสอบกี่ครั้งก็ได้ ไม่มีรูปแบบที่ตายตัวครับ แต่โดยปกติก็จะวันละ 1 ครั้ง ซึ่งผู้ที่นัดทำการทดสอบสัญญาณส่วนใหญ่ก็จะเป็นสถานีควบคุมข่ายหรือกลุ่ม / ชมรมต่างๆ ซึ่งในกลุ่มหรือชมรมอาจจะมีการหมุนเวียนผู้ที่ทำหน้าที่เน็ทคอนโทรล เพื่อเป็นการฝึกการปฏิบัติหน้าที่เป็นเน็ทคอนโทรลให้ชำนาญ เผื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนั่นเอง

          การทดสอบสัญญาณวิทยุ นอกจากจะเป็นการทดสอบอุปกรณ์ในสถานีวิทยุฯ นั้น ๆ ว่ายังคงใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่แล้ว อีกประการหนึ่งก็คือ การเตรียมความพร้อมในการเป็นเครือข่ายสื่อสารสำรองฉุกเฉิน  นอกจากจะเป็นการทดสอบอุปกรณ์แล้วยังเป็นการฝึกฝนการรับส่งสัญญาณแบบมีแบบแผนอีกด้วย

วัตถุประสงค์ของการเช็คเน็ท

1.  เพื่อเตรียมอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน

2.  เพื่อรับฝังข่าวสารจากสถานีควบคุมข่าย (สถานีควบคุมข่ายมักมีประกาศข่าวสารก่อนเริ่มทดสอบสัญญาณ)

3.  เป็นการแจ้งให้เพื่อน ทราบว่าเรายังออกอากาศอยู่

4.  เพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติทำหน้าที่เป็นเน็ทคอนโทรล(แม่ข่าย) และผู้ร่วมทดสอบสัญญาณ(ลูกข่าย)


          การที่เรากดคีย์ ออกอากาศไปในความถี่ ซึ่งปัจจัยต่างๆ ครบ รวมทั้งอุปกรณ์ รวมทั้งสภาพอากาศ แต่ทำไมถึงส่งสัญญาณได้ไม่ดีเท่าเมื่อวาน เมื่อพบความผิดปกติของการอกอากาศ เราจึงต้องมาตรวจสอบอุปกรณ์แล้ว โดยเริ่มตรวจสอบ ตั้งแต่เครื่องวิทยุ , สายนำสัญญาณ , สายอากาศ ซึ่งอาจมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เกิดความผิดปกติ การเช็คเน็ท จึงเป็นเหมือนกิจกรรมที่ให้เราทดสอบการทำงานของเครื่องวิทยุไปในตัวนั่นเอง

ความถี่ WARC BAND

          WARC BAND มาจากคำว่า World Administration Radio Conference Band ประกอบไปด้วย 3 ส่วนของความถี่คลื่นสั้น (Shortwave radio spectrum) โดยผู้ใช้จะต้องได้รับการอนุญาต หรือ ประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่น

          โดยความถี่ที่ใช้ได้ของ WARC BAND นั้นจะเป็นความถี่ 30 เมตร (10.100-10.150 MHz.) , 17 เมตร (18.068-18.168 MHz.) และ 12 เมตร (24.890-24.990 MHz.) โดยใช้ชื่อตามการประชุม World Administration Radio COnference ในปี 1979 หรือ พ.ศ. 2522 เพื่อให้ใช้สำหรับนักวิทยุสมัครเล่น

          โดยได้มีการเริ่มใช้ความถี่ WARC Band กันในช่วงต้นปี 1980 หรือ พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา แต่ด้วย Bandwidth ที่ได้รับการจัดสรรให้ใช้งานนั้น มีช่วงที่น้อยมาก คือ อยู่ประมาณ 100 Hz. และได้มีข้อตกลงกันว่า การใช้งานความถี่ WARC Band นี้ไม่สามารถที่จะใช้ในการแข่งขันที่มีขึ้นสำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นได้ โดยข้อตกลงนี้ ได้รับการบรรจุลงอย่างเป็นทางการ เช่นใน IARU ภูมิภาคที่ 1 ได้ระบุไว้ใน คู่มือ HF Manager's Handbook เลยว่า " การแข่งขันที่มีขึ้นสำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่น จะต้องไม่มีในความถี่ 10 , 18 และ 24 MHz.


          ในทั่วโลกความถี่ 30 เมตร หรือ (10.100-10.150 MHz.) ไม่อนุญาตให้ใช้ในการติดต่อสื่อสารในระบบเสียงพูด (PHONE) ยกเว้นในสถานะการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น 

#4 I will not interfere with the DX station or anyone calling and will never tune up on the DX frequency or in the QSX slot. / จะต้องไม่เป็นการสร้างการรบกวนสถานีทางไกล เช่นการปรับแต่งเครื่องขยายกำลังส่งใน ช่วงความถี่ที่กำลังมีการติดต่อใช้งานอยู่

 #4   I will not interfere with the DX station or anyone calling and will never tune up on the DX frequency or in the QSX slot.

Sadly, this covers a multitude of operators, employing poor operating practices. 

We are frequently afflicted with “Policemen,” people who repeatedly jump in to tell callers that “the DX is listening up” – often adding a gratuitous insult. 

The rule is quite simple: never, ever transmit on the DX frequency for any purpose whatsoever. 

I will pay attention to the operator's instructions if he is operating "split" so as to stay in his preferred bandwidth.

#4 ฉันจะไม่เข้าไปรบกวนสถานีวิทยุทางไกล (สถานี DX) หรือสถานีใด ๆ ก็ตามที่กำลังติดต่อกันอยู่ รวมทั้งจะไม่ปรับหรือจูนคลื่นไปยังความถี่ที่มีการติดต่อสื่อสารทางไกล หรือ ช่องความถี่ที่มีคนกำลังเฝ้าฟัง (QSX) กันอยู่

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพนักงานวิทยุสมัครเล่น กับหลักปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

บ่อยครั้ง เรามักจะรู้สึกไม่สบายใจกับวิธีการที่มีคนที่ทำตัวคล้าย ๆ กับ " ผู้คุมกฎ " ซึ่งมักจะขาดการไตร่ตรองให้ดี ก่อนที่จะออกมาแจ้งบ่อยครั้งว่า " สถานีทางไกลกำลังติดต่อกันอยู่ " ซึ่งบ่อยครั้งที่คำพูดแบบนี้มักจะทำให้เรารู้สึกว่าเสียหน้า

กฎหรือหลักในการปฏิบัติแบบง่ายๆ ก็คือ (เรา) ต้องไม่ออกอากาศในความถี่ที่เขากำลังมีการติดต่อสัญญาณทางไกลกันอยู่ ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ในทุกกรณี

ฉันจะคอยรับฟังคำสั่ง (ตามคำร้องขอ) ของผู้ที่กำลังติดต่อสื่อสารกัน แบบส่งความถี่หนึ่ง และรับที่ความถี่หนึ่ง เพื่อที่จะได้ใช้ในย่านความถี่ที่ถูกต้อง (ทั้งรับ และ ส่ง)

Special Thanks : HS1LCI , HS4YSB สำหรับคำแปลข้อนี้ครับ

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ITU Zone


ITU Zone คือ การแบ่งโซน เพื่อใช้อ้างอิงของ ITU (International Telecommunication Union) เพื่อใช้ในการแข่งขัน และการให้รางวัลต่าง ๆ  เป็นที่นิยมพิมพไว้เพื่ออ้างอิงใน QSL CARD คู่กับ CQ ZONE ของนักวิทยุสมัครเล่นทุกคนเช่นกัน ซึ่งมีการแบ่งดังภาพด้านบน โดยเป็นการแบ่งตามภูมิภาคทั้ง 3 ของ IARU (International Amateur Radio Union)


IARU Region 1: Europe, Africa, Middle East and Northern Asia

IARU Region 2: The Americas

IARU Region 3: Asia-Pacific

โดยมีทั้งหมด 90 ITU Zone โดยประเทศไทยอยู่ใน ITU Zone 49 อันประกอบไปด้วย ไทย , ลาว , กัมพูชา , พม่า , เวียดนาม และ เกาะอันดามันและนิโคบา (Andaman and Nicobar Island)













#5 I will wait for the DX station to end a contact before calling. / รอจนจบการติดต่อก่อนถึงจะสามารถเรียกเข้าไปได้

#5   I will wait for the DX station to end a contact before calling.

If you transmit before a QSO is over, you are likely to interfere with the exchange of information, lengthening the QSO and slowing the process.

It may seem clever to “nip in” as the previous contact is ending but many DX stations don’t like it,

as such operating may break the pattern of the operator, which is what helps everyone to know when to transmit. 

#5  รอจนจบการติดต่อก่อนถึงจะสามารถเรียกเข้าไปได้

ถ้าคุณส่งก่อนที่การสนทนาจะจบลง  มันจะเหมือนกับการเข้าไปขัดจังหวะการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสถานีทางไกลกับสถานีที่เขากำลังติดต่ออยู่ ซึ่งจะทำให้การติดต่อสื่อสารนั้นมีระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารที่ช้าลง

มันอาจจะดูเหมือนว่าเป็นความฉลาดในการที่เรียกแทรกเข้าไปได้ก่อนที่การติดต่อสื่อสารจะจบลง แต่ สถานีทางไกลทุกสถานีต่างก็ไม่ชอบในการกระทำแบบนี้


หากการกระทำนั้นเป็นการขัดจังหวะการติดต่อสื่อสารของผู้ออกอากาศแล้ว อะไรจะเป็นสิ่งที่จะช่วยผู้รอติดต่อท่านอื่น ๆ ที่จะทราบว่า เขาควรจะกดคีย์ส่งเมื่อไรดี

#6 I will always send my full call sign. / เรียกเข้าไปด้วยสัญญาณเรียกขานเต็ม ๆ ของเรา อย่าเรียกแบบย่อ

#6   I will always send my full call sign. 

This is essential for CW and SSB, because incomplete calls lead to an extra transmission, slowing the operator’s progress with the pileup.

If the operator is responding to partial call signs, it may appear that you should call with only several letters.

Generally, this is not the case.

Always use your full call sign. 

#6  เรียกเข้าไปด้วยสัญญาณเรียกขานเต็ม ๆ ของเรา อย่าเรียกแบบย่อ

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการติดต่อสื่อสารทั้งใน MODE CW และ SSB, เพราะว่าการเรียกแบบย่อนั้น ฝ่ายผู้รับก็จะรับได้อย่างไม่ครบถ้วน และส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อแบบการที่อยู่ในสถานะการณ์ที่มีผู้เรียกเข้ามาทีละมาก ๆ (Pileup)

ถ้า Operator ของสถานีทางไกลรับสัญญาณเรียกขานจากเราแบบย่อ ก็เหมือนกับการส่งจดหมายหลาย ๆ ฉบับ ซึ่งโดยทั่วไปเขามักที่จะไม่ปฏิบัติกัน

#13 I will respect my fellow hams and conduct myself so as to earn their respect. / เราจะให้เกียรติเพื่อนนักวิทยุด้วยกันเพื่อที่เราก็จะได้รับเกียรติจากพวกเขาด้วยเช่นกัน

#13   I will respect my fellow hams and conduct myself so as to earn their respect.

Respect is about behaving well toward others. DXing is very competitive. If you operate otherwise, you may acquire a bad reputation. 

DXing will be the most fun for everyone if we all behave with politeness, mutual respect and even a bit of humility!  

#13  เราจะให้เกียรติเพื่อนนักวิทยุด้วยกันเพื่อที่เราก็จะได้รับเกียรติจากพวกเขาด้วยเช่นกัน

การให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นพฤติกรรมอันดีในการปฏิบัติต่อผู้อื่น ในกิจกรรมติดต่อวิทยุสื่อสารทางไกลมีการแข่งขันที่สูงมาก หากคุณไม่มีมารยาทในการติดต่อสื่อสารแล้ว สิ่งที่จะตามมาคือการจะถูกกล่าวว่าเป็นนักวิทยุฯ ที่ไม่มีมารยาทในการติดต่อสื่อสาร


การติดต่อวิทยุสื่อสารทางไกลเป็นสิ่งที่สนุกสนานสำหรับแฮมทุกคน หากเรามีการใช้ความถี่วิทยุอย่างสุภาพการให้เกียรติซึ่งกันและกันและมีแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนในการสนทนาในความถี่วิทยุฯ

#12 I will be thankful if and when I do make a contact. / แสดงความขอบคุณเมื่อติดต่อได้สำเร็จ

#12   I will be thankful if and when I do make a contact. 

There should certainly be a pride of accomplishment when you get a QSO with a guy in a far-away entity. But before you start basking in the glow of accomplishment, think about the help you received from your partners, perhaps Mr. Icom, Mr. Alpha, and Mr. Force 12. If your ego still feels a need to take ALL the credit, try again. But this time turn off your amplifier and connect your rig barefoot to a dipole. If you get through the pile up this time, then YOU, as the operator, can take more of the credit.

You should also acknowledge that you would not have had the contact without the skill of the operator at the other end who undoubtedly made sacrifices to be there for you. So be thankful for all this help you received.  

#12  แสดงความขอบคุณเมื่อติดต่อได้สำเร็จ

มันคือความภูมิใจแน่นอนเมื่อคุณได้ติดต่อกับสถานีทางไกลเป็นผลสำเร็จ แต่ก่อนที่คุณจะประสบความสำเร็จในการติดต่อ ลองมองย้อนดูว่า คุณใช้อะไรบ้าง เช่น เครื่องวิทยุ ICOM , เครื่องขยายกำลังส่ง ALPHA และสายอากาศ FORCE 12 ถ้าคุณคิดว่าน่าจะติดต่อได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายกำลังส่ง คราวนี้ให้ลองใหม่ โดยปิดเครื่องขยายกำลังส่งของคุณซะ และใช้การออกอากาศแบบกำลังส่งแบบปกติ ถ้าคุณทำได้ นั่นแสดงว่าคุณมีฝีมือในการแหวกวง Pile up ที่กำลังมีคนติดต่อเข้ามาแบบมากๆ แล้ว


นอกจากนี้คุณควรที่จะทราบว่า ในการติดต่อสื่อสารนั้น คุณจะติดต่อไม่ได้เลยหาก Operator ของสถานีทางไกล ไม่มีทักษะในการติดต่อสื่อสารในระหว่างมีคนเรียกเข้ามามาก ๆ ดังนั้น คุณควรที่จะขอบคุณสำหรับทุกความช่วยเหลือที่คุณได้รับนี้

#11 When the DX operator calls me, I will not repeat my callsign unless I think he has copied it incorrectly. / เมื่อสถานีทางไกลเรียกตอบกลับมา อย่าเรียกขานสัญญาณเรียกขานของท่านซ้ำ อาจจะทำให้เข้าใจผิดได้

#11   When the DX operator calls me, I will not repeat my callsign unless I think he has copied it incorrectly.

If you repeat your call sign, the DX station may think that he has your call sign wrong. He might then listen very carefully – again – thus slowing the process. A DX operator will generally log what he has if you say nothing further.

#11  เมื่อสถานีทางไกลเรียกตอบกลับมา อย่าเรียกขานสัญญาณเรียกขานของท่านซ้ำ อาจจะทำให้เข้าใจผิดได้

ถ้าคุณเรียกขานสัญญาณเรียกขานของคุณซ้ำ สถานีทางไกลอาจจะคิดว่าสัญญาณเรียกขานของคุณที่เขารับได้ในครั้งแรกนั้นเกิดการผิดพลาด คุณถึงทวนสัญญาณเรียกขานของคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งเขาจำต้องฟังอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง ทำให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อสื่อสารเข้าไปอีก


Operator ของสถานีทางไกลเขาจะบันทึกลง Log book และฟังต่อไปว่าสิ่งที่คุณจะพูดต่อไปนั้นคืออะไรต่อไป

#10 I will not transmit when the DX operator requests geographic areas other than mine. / ไม่เรียกเข้าไปเมื่อสถานีทางไกลเรียกขานแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่ และไม่ใช่พื้นที่ของเรา

#10   I will not transmit when the DX operator requests geographic areas other than mine. 

You must recognise and accept that when an operator is calling for a specific geographic area (e.g. NA for North America, AS for Asia ), you must not call until the operator’s instructions change. Even if his choice appears incorrect, you must follow his instructions. The DX operator is in control. Here’s an important point: If a DX operator is working, some area, perhaps North America , and he fails to say so between QSOs, do not begin calling immediately. Call only when it is clear that the operator’s instructions have changed. To do otherwise is impolite and simply slows the process. 

#10  ไม่เรียกเข้าไปเมื่อสถานีทางไกลเรียกขานแบบเฉพาะเจาะจงพื้นที่ และไม่ใช่พื้นที่ของเรา

ต้องพร้อมที่จะรับฟัง ในกรณีที่สถานีทางไกล เรียกแบบเจาะจงพื้นที่ (เช่น อเมริกาเหนอ หรือ เอเซีย) เราจะต้องยังคงไม่เรียกเขาเข้าไป จนกว่าจะเขาจะเรียกเจาะจงที่พื้นที่ของเรา


ซึ่ง Operator ของสถานีทางไกลเขาเป็นผู้คุมเกมส์อยู่ นี่เป็นจุดสำคัญ ในกรณีที่เขาอาจจะเรียกทวีปอเมริกาเหนืออยู่แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสาร เราก็ยังไม่ควรที่จะเรียกเข้าไป เราควรที่จะเรียกเขาก็ต่อเมื่อเขาได้เปลี่ยนจากการเรียกแบบเจาะจงที่ทวีปอเมริกาเหนือ มาเป็นพื้นที่ของเรา ซึ่งนั่นคือมารยาทที่ดีในการติดต่อสื่อสาร