วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การสอบ US Exam ในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมุมมองของผู้เขียน

การสอบ US Exam ในประเทศไทย เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม  ซึ่งเป็นการสอบโดย VE Team จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย คุณ Phil Goetz หรือ N6ZZ (SK) Ex. W6DQX and K9ELT) , N6AA , W6MKB , W6XD , AB6BH และ OH2KI 





โดยทีมดังกล่าวได้มาแข่งขัน CQ WW DX SSB Contest ในปี 1996 โดยใช้สัญญาณเรียกขาน HS1AZ ในการออกอากาศ ณ Club Station ของสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ไทยในการใช้ความถี่ Low Band ในการออกอากาศ ที่ความถี่ 1.8 , 3.5 MHz. (ในขณะนั้นยังไม่มีการอนุญาตให้ นักวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางได้ใช้) 

ทีมดังกล่าวเป็นทีม Contester ระดับโลก ซึ่งในการสอบ US Exam ในครั้งนั้นรับผู้เข้าสอบจำกัดจำนวนโดยในครั้งนั้น เป็นการประสานงานระหว่างแฮมไทย กับ แฮมอเมริกา โดย HS1CHB พ.ต.นริศรา เชาวนาศัย หรือ พี่จอหน์ นั่นเอง ผู้เข้าสอบที่ผ่านการสอบมีเพียง 4 ท่าน และสามารถที่จะสอบได้เพียงแค่ General Class เท่านั้นเพราะด้วย VE บางท่านไม่ได้เป็น Extra Class VE โดยในสมัยนั้น แบ่งการสอบออกเป็น 5 ขั้น คือ

1. Novice Class
2. Technician Class (Technician Plus และ Technician No Code)
3. General Class
4. Advance Class
5. Extra Class

โดยผู้ที่ผ่านการสอบในครั้งนี้ คือ
1. HS2JFW สอบได้ Technician Plus
2. HS1CKC (SK) สอบได้ Novice Class
3. HS1JQP สอบได้ Novice Class
4. HS0NNU สอบได้ Novice Class

จากนั้นได้มีการเปิดสอบอีกครั้ง (ผู้เขียนจำวันที่ไม่ได้) โดยในครั้งที่ 2 มีผู้ผ่านการสอบเพียงท่านเดียวคือ E20EHQ สอบได้ Technician Plus

นั่นคือหน้าประวัติศาสตร์ของการสอบ US Exam ในประเทศไทย โดย VE ที่เป็นอเมริกันจริง ๆ โดยวัตถุประสงค์ในการสอบครั้งนั้น เพื่อที่จะเป็นการทดสอบตนเองว่ามีความสามารถในความเข้าใจในข้อสอบเพียงใด และการทดสอบข้อสอบที่ไม่ใช่ภาษาไทย

หลังจากนั้น การสอบ US Exam ก็ไม่ได้มีขึ้นในประเทศไทยอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งในเดือนธันวาคม ปี 2553 เมื่อวันที่ 11 และ 12 ธันวาคม 2553 จึงได้เกิดการสอบ US Exam ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยการจัดของ E21EIC ที่เป็นหัวหน้าทีมสอบในครั้งนั้น ร่วมกับ แฮมอเมริกาที่อยู่ใน ประเทศไทย และ แฮมจากมาเลเซีย ที่เป็น VE โดยในครั้งนี้ห่างจากครั้งแรกเป็นเวลาถึง 14 ปี ซึ่งในครั้งนี้เอง ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับแฮมไทย โดยมี แฮมไทยผ่านการสอบแบบ 3 ขั้นในครั้งเดียวหลายท่านอาทิ E27EK , HS8JYX , HS4RAY และ Upgrade ของแฮมไทยที่เคยสอบมาเมื่อ 14 ปีที่แล้วอีกสองท่านคือ HS2JFW และ E20EHQ

ในการสอบครั้งนั้นจุดประสงค์เดียวกันกับในครั้งแรก ๆ ที่มีการสอบ เพียงแต่มีวัตถุประสงค์อื่นเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งคือเป็นการสอบเพื่อพัฒนาตนเอง และการสอบที่ห่างหายไปของการสอบรับใบประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง หรืออีกทางหนึ่งก็เพื่อให้ กสทช. เปิดการสอบเพื่อรับใบประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางขึ้น โดยมีผู้เข้าสอบที่สอบผ่านหลาย ๆ ราย ได้ดำเนินการเทียบเพื่อ Upgrade ขึ้นมาเป็นนักวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางในหลาย ๆ ท่าน และจากนั้นต่อมาก็มีการสอบกันอย่างแพร่หลายจนมาถึงในปัจจุบัน

ในมุมมองส่วนตัวของผม ๆ มองว่า ในปัจจุบัน กสทช. ได้เปิดโอกาสให้สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดการสอบเพื่อรับประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางแล้ว การสอบ US Exam เพื่อนำมาเทียบนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ควรเป็นการสอบเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล หรือ เพื่อใช้สำหรับการเทียบในประเทศที่ไม่มีสัญญาต่างตอบแทนกับประเทศไทย จะเป็นการที่จะดีกว่า เพราะเมื่อเราเป็นนักวิทยุสมัครเล่นไทย เราควรที่จะสอบเพื่อให้ได้ License ที่เป็นของไทยมากกว่า ซึ่งจะนำมาซึ่งความภูมิใจกับตนเอง

มีการถกเถียงกันอย่ามากในเรื่องของการเทียบ ซึ่งผมได้นำประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและกำกับดูแลกิจการวิทยุสมัครเล่น ฉบับใหม่ (วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ภาคผนวก 4 มาเป็นข้อมูล (ไฟล์รูปภาพแนบ)




ซึ่งในภาคผนวก 4 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า หลักเกณฑ์และวิธีการเทียบประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นนั้น ผู้ประสงค์ที่จะเทียบโอน จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (ดูในไฟล์รูปภาพแนบ) และจากการสอบถามไปยัง กสทช. ก็ได้ข้อมูลมาอย่างนั้นเช่นเดียวกัน โดยให้ยึดถือตามหลักการปฏิบัติตาม ภาคผนวก 4 (ไฟล์รูปภาพแนบแฟ้มการเทียบโอน กสทช.)



ดังนั้น การที่มีผู้กล่าวอ้างว่าจะต้องมีการรับรองโดยสมาคมฯ นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีการใช้ฐานข้อมูลมาอ้างอิง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนกับผู้ที่ประสงค์จะขอรับการเทียบได้

บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับผู้ที่ประสงค์จะเปิดสอบ US Exam ซึ่งถ้าท่านเป็น VE ไม่ว่าจะของ ARRL http://www.arrl.org/volunteer-examiners หรือ W5YI http://www.w5yi.org/exam_locations_ama.php  เมื่อท่านมีจำนวน VE ครบ 3 ท่านขึ้นไป ท่านก็สามารถที่จะเปิดสอบได้ตามข้อบังคับของ ARRL และผู้สอบที่ผ่านการสอบ ก็สามารถที่จะดำเนินการเทียบได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านการรับรองการสอบ หรือ การรับรองการเทียบ แต่อย่างใด


สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะให้เกิดความแตกแยกกันในเรื่องดังกล่าว แต่ด้วยต้องการไม่ให้เกิดความสับสนทางความคิด และเป็นการปิดกั้นความประสงค์ดีของกลุ่มอื่น ๆ ที่มีเจตนาดีเพื่อพัฒนากิจการวิทยุสมัคเล่นไทยให้ก้าวไกลออกไปในสากล แต่ทั้งนี้ ผู้เขียนก็ยังคงที่จะยึดตามเจตนารมย์ข้างต้น ว่า หากเมื่อเราเป็นนักวิทยุสมัครเล่นไทย เราควรสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง เพื่อความภูมิใจ มากกว่าการเทียบโอน โดยให้การสอบ US Exam เป็นเพียงการสอบเพื่อวัดระดับความสามารถในวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล และทดสอบภาษาของเรา หรือใช้ในการเทียบในประเทศที่ไม่มีสัญญาต่างตอบแทนกับประเทศไทย จะเป็นการดีมากกว่า

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เมื่อ E2 Prefix หมดลง เราจะใช้ E3 ได้หรือไม่


เคยมีเพื่อนบางท่านมาถามผมว่า ถ้า Callsign E2 หมดแล้วเราจะทำยังไง ผมตอบเพื่อนว่า อยู่ที่ NBTC เพราะผมก็ไม่ทราบว่า NBTC ได้เคยคิดเรื่องนี้ไว้หรือยัง เพราะยังไม่เห็นมีความคืบหน้าในการขอ Prefix ใหม่แต่อย่างใด มีแต่การยกเลิกสำหรับคนที่ไม่ได้ต่ออายุเกิน 2 ปี และการออก Callsign แบบรวมเขต

เพื่อนบางท่านก็ถามผมว่าถ้าขอใหม่ เราจะใช้ E3 ได้หรือไม่ ผมก็ไปหาคำตอบมาให้เพื่อนๆ แล้วครับว่า คงจะหมดโอกาสซะแล้ว เพราะเราไม่ขอตั้งแต่แรก ๆ ให้มันมาก ๆ เพื่อเพียงพอกับความต้องการของการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักวิทยุสมัคเล่น เพราะคนไทยชอบความพอเพียงเป็นใหญ่ เลยเอาแต่น้อยก็พอไม่เคยวางแผนระยะยาวแต่อย่างใด

นอกเรื่องไปแล้ว ทีนี้มาว่ากันถึง E3 เป็น Prefix ของ State of Eritrea ซึ่งเพื่อน ๆ ก็คงถามผมต่ออีกว่า แล้วมันอยู่ตรงส่วนไหนของโลกใบนี้ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย

ก็ลองไปดูแผนที่ครับ E3 State of Eritrea ตั้งอยู่บนทวีป Africa อยู่ทางตอนกลางของทวีป ค่อนมาทางเอเซีย โ่ดย


ทางเหนือ และ ตะวันตก ติดกับ ซูดาน
ทางใต้ ติดกับ เอธิโอเปีย และจิบูตี
ทางตะวันออก ติดกับ ทะเลแดง และฝั่งทวีปเอเซีย ตรงข้ามกับ ซาอุดิอาระเบีย และ เยเมน

เมื่อมองจากแผนที่จะเห็นว่า E3 จะอยู่ใน Area ที่มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อยมาก เพราะอยู่ในกลุ่ม โซมาเลีย ที่เคยมีข่าวเรื่องโจรสลัด

E30FB มีที่มาอย่างไร

E30FB เกิดจาก การทำงานของ มูลนิธิเพื่อเด็กทั่วโลก หรือ SEISA Foundation for Global Children ได้จัดทำ Eritrea Project 2015 ขึ้นในประเทศ Eritrea

โดย กรรมการและสมาชิกของมูลนิธิดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เป็นนักวิทยุสมัครเล่น จึงได้วางแผนที่จะทำงานพร้อมกับการออกอากาศจากประเทศที่ยังไม่มีกิจการวิทยุฯ ไปด้วย โดยออกอากาศระหว่างวันที่ 6 - 17 มีนาคม 2558

พวกเขาใช้เวลาดำเนินการหลายเดือนมากในการวางแผนและการเจรจากับการออกอากาศจาก E3 โดยสัญญาณเรียกขายของวิทยุสมัครเล่น

ในการออกอากาศดังกล่าว พวกเขาใช้วิทยุ 4 เครื่อง ประกอบด้วย
- Elecraft K3 กับ KPA500 Amplifier จำนวน 2 ชุด
- Kenwood TS590 กับ ACOM 1010 Linear Amplifier จำนวน 2 ชุด

สำหรับสายอากาศ พวกเขาใช้สายอากาศทิศทาง สำหรับความถี่ย่าน 10-20 Meter Band และ สายอากาศแบบ Vertical 4 ชุด สำหรับ ความถี่ Low Band (30-160 Meter).
โดยมี Tim – M0URX เป็นผู้จัดการบัตรยืนยันการติดต่อสื่อสาร / QSL Manager.


มาถึงตอนนี้ เพื่อนๆ คงหมดความสงสัยแล้วนะครับว่า ถ้า Prefix E2 หมดลงแล้ว เราจะใช้สัญญาณ E3 ได้หรือไม่

เรียบเรียบโดย E21IZC Also KF1I , /DL , /9V1

คู่มือการใช้งาน PIC USB Automatic Programming Develop Microcontroller Programmer K150 ICSP SU

คู่มือการใช้งาน
PIC USB Automatic Programming
Develop Microcontroller Programmer K150 ICSP SU



1.  Download Program DIY K150 ภาพประกอบที่ 1 ที่ http://buyhere22.com/components/k150/  จะได้ไฟล์ ดังภาพประกอบที่ 2

ภาพประกอบที่ 1
ภาพประกอบที่ 2

2.  จากนั้นให้แตก ZIP File ของ K150 Software จะได้ดังภาพประกอบที่ 3

ภาพประกอบที่ 3

3.  จากนั้นให้คลิกเมาส์ เข้าไปที่ Folder PIC Program Driver  และเลือก Install Driver USB ก่อน โดย Double Click ไปที่ ไฟล์ PL2303_Prolific_DriverInstaller_v.1.7.0 แล้วทำตามขั้นตอนจนจบ

4.  กลับมาที่ Folder PIC Program Software ซึ่งจะเห็นมีไฟล์อยู่หลาย ๆ ไฟล์ ในที่นี้ ไฟล์ที่จำเป็นจะต้องใช้งาน จะมีเพียง 2 ไฟล์คือ fixhex2 (Application) และ microbrn (Application) โดยไฟล์แรกคือ fixhex2 จะเป็นไฟล์ที่ใช้ในการ แปลงไฟล์ให้เป็นไฟล์ hex และ microbrn จะเป็น ไฟล์ ที่ใช้ในการ Burn IC
  
5.  ขั้นตอนการแปลงไฟล์ hex
          5.1  คลิกไปที่ ไฟล์ fixhex2 จะเป็นดังภาพประกอบที่ 4

ภาพประกอบที่ 4

โดยจะมี ให้เลือก 5 รายการ คือ
                   5.1.1  Auto Convert on load / แปลงไฟล์อัตโนมัติเมื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการจะแปลง
                   5.1.2  Auto Convert on File change / แปลงไฟล์อัตโนมัติบนไฟล์ที่ต้องการ
                   5.1.3  Play sound when file converted / มีเสียงเตือนเมื่อแปลงไฟล์เรียบร้อย
                   5.1.4  Append "fix.hex" to filename / ไฟล์ที่แปลงจะเป็นนามสกุล .fix.hex
                   5.1.5  Overwrite original HEX file / เขียนทับบนไฟล์ต้นฉบับ

โดยเวลาเราต้องการจะแปลงไฟล์ให้เลือกข้อ 5.11 , 5.12 , 5.13 , 5.14 เท่านั้น

         5.2  จากนั้นเลือก Load File โดยเลือกจากไฟล์ที่เราต้องการที่จะแปลง ในที่นี้เราตั้งชื่อไฟล์ว่า f88_18 แต่เรายังจะไม่เห็นไฟล์ดังกล่าว เพราะไฟล์ดังกล่าวยังเป็น TEXT File ดังนั้น ต้องมาคลิกที่ด้านขวาของโปรแกรม เพื่อเลือกให้เป็น All File ดังภาพประกอบที่ 5 จึงจะมองเห็นไฟล์ที่เราต้องการ จากนั้นให้เลือกไฟล์ที่เราต้องการจะแปลง และกด Open Program จะแปลงไฟล์ ให้เราโดยอัตโนมัติ จากการที่เราได้เลือก Auto Convert on Load ไว้แล้ว (สังเกตที่ Folder จะมีไฟล์เพิ่มขึ้นมาชื่อ f88_18.fix.hex)

ภาพประกอบที่ 5

          5.3  จากนั้นก็มาแก้ไขไฟล์ดังกล่าวให้เป็น f88_18.hex อย่างเดียวโดยกด F2 ที่ไฟล์ f88_18.fix.hex แล้วลด .fix ออกไป ก็จะได้ไฟล์ที่ชื่อ f88_18.hex ดังภาพประกอบที่ 6
*** บางท่านอาจจะไม่แก้ไขนามสกุลของไฟล์ก็ได้ เพราะไม่ได้มีสาระสำคัญในการ Burn แต่อย่างใด แต่ผู้เขียนเห็นว่ามันเป็นการซ้อนนามสกุล เลยทำการแก้ไข ***

ภาพประกอบที่ 6

6.  เมื่อได้ไฟล์ hex convert มาแล้วคราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการ Burn โปรแกรมลง IC
          6.1  เปิดโปรแกรม microbrn ขึ้นมา ดังภาพประกอบที่ 7

ภาพประกอบที่ 7

          6.2  จากนั้น Config comport ให้ถูกต้อง โดยเลือกไปที่ file และ port เลือก comport ที่ต้องการ ตามภาพประกอบที่ 8

ภาพประกอบที่ 8

          6.3  จากนั้นเลือกรุ่นให้ถูกต้อง ดังภาพประกอบที่ 9 เลือก file และ Programmer และรุ่นในที่นี้คือรุ่น K150

ภาพประกอบที่ 9

          6.4  จากนั้นมาเลือก IC PIC ที่เราต้องการจะโปรแกรม โดยมาเลือกทางด้านขวา ช่อง Chip Selector เลือก IC ที่เราต้องการ ในที่นี้ขอเลือก 16F88 โดยให้ดู PIN ที่กำหนด สังเกตเห็นว่า ให้นำ PIN 1 ของ IC เริ่มที่ PIN 2 ของ Board ดังภาพประกอบที่ 10 (ลูกศรชี้คือจุดเริ่มใส่ขา IC) ให้สังเกตตัวอักษร 3M ต้องอยู่ด้านบน ***


ภาพประกอบที่ 10

          6.5  จากนั้นให้ใส่ IC ที่จะ Burn ให้เรียบร้อย ดังภาพประกอบที่ 11

ภาพประกอบที่ 11

          6.6  จากนั้นก็มาเข้าสู่กระบวนการ Burn IC ต่อไป

7.  เมื่อพร้อมที่จะ Burn IC จะดำเนินการดังนี้
          7.1  Load hex ไฟล์ที่เราจะต้องการ Burn เข้ามาในโปรแกรม โดยกดปุ่ม Load และเลือกไฟล์ที่ต้องการ กด Open โปรแกรมก็จะอ่านไฟล์เข้ามา ดังภาพประกอบที่ 12

ภาพประกอบที่ 12

          7.2  จากนั้นกดปุ่ม Program เพื่อเริ่มการ Burn เมื่อการ Burn เสร็จสิ้นโปรแกรมจะขึ้นว่า Programming complete. จากนั้นกดปุ่ม OK ดังภาพประกอบที่ 13

ภาพประกอบที่ 13


         7.3  เลือก Verify Chip เพื่อทำการทดสอบการ Burn โปรแกรมจะทำการทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นโปรแกรมจะขึ้นว่า Data verified ตอบ OK ดังภาพประกอบที่ 14
ภาพประกอบที่ 14

8.  จากนั้น ก็ถอด IC ที่ Burn เรียบร้อยแล้วออกจาก Board และ ปิดโปรแกรม เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ Burn กรณีที่ต้องการจะ Burn IC อื่นต่อก็ดำเนินการตามข้างต้น

***************************************************************

USB Automatic Programming Develop microcontroller Programmer K150 ICSP SU with USB Driver , Software Burn (DIY K150) and User Manual (Thai Edition). 

Price :-

*** In Thailand : 850.00 Baht include EMS Post via Thailand Post Mail Service.

Please Transfer to our Bank as details below :-

Account Name : Miss Kanyanok Satjawatthana

Bank Name : Bank of Ayudhya Public Company Limited

Address : 339/109 M.1 Bangsapan-Caytalay Road, Kamnoetnopphakhun ,
Bangsaphan , Prachuapkhirikhan 77140 

Branch : Bangsapan

Account Type : Saving Account

Account Number : 353-1-24818-8

Swift Code : AYUDTHBK 

Confirm your payment and condition.

1. Please send your pay-in slip to my email as wichyein@gmail.com

2. Will usually ship within 25 business days of receiving cleared payment.
and will be send tracking number via your mail after delivery. (MADE TO ORDER)

3. No returns or exchanges.

***************************************************************

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Electronic Reference

มีประโยชน์มากๆ สำหรับพวกเรานักวิทยุที่ชอบประกอบชุดคิท อุปกรณ์เกี่ยวกับวิทยุกัน ตารางนี้จะแสดงถึงสิ่งที่ควรรู้กับเจ้าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น LED , Transister , Resister etc.


สัญลักษณ์ออกเสียงสากล (International Phonetic Alphabet)

Phonetic Alphabet คือ อะไร

ในที่นี้ไม่ใช่การออกเสียงตามหลักภาษาศาสตร์แต่เป็นการออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน เนื่องจากการออกเสียงใกล้เคียงกันของพยัญชนะบางตัว เช่น B กับ D ออกเสียงตาม Phonetic Alphabet เป็น Bravo (บรา โว) กับ Delta (เดล ทะ) คำว่า Amateur ออกเสียงเป็น Alfa Mike Alfa Tango echo uniform romeo (แอลฟะ ไมค์ แอลฟะ แทงโก้ เอคโค่ ยูนิฟอร์ม โรมิโอ) เป็นต้น

Phonetic Alphabet ในชีวิตประจำวัน

บางท่านที่เคยติดต่อจองตั๋วเครื่องบินทางโทรศัพท์กับบริษัททัวร์หรือสายการบิน คงเคยสะกดชื่อด้วยอักษรภาษาอังกฤษกันมาแล้วและคงเคยถูกถามกลับว่าสะกดด้วยพยัญชนะอะไร เช่น H how หรือ S sugar เพราะออกเสียงคล้ายกันเหลือเกิน ทั้งหมดที่ใช้ในการสื่อสารกันมาไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ ขอให้การสื่อสารนั้นถูกต้องแม่นยำเข้าใจตรงกันเป็นอันใช้ได้ แต่ด้วยรหัสที่ใช้แทนพยัญชนะเพื่อการสะกดคำ (alphabet code) มีหลากหลาย แต่ละหน่วยงานก็มีมาตรฐานของตนเอง จึงได้มีผู้ทำการรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ตามแหล่งกำเนิดบ้าง ตามปีที่เกิดบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ๆ ในปี 1913, และอีกหลากหลาย อาทิเช่น

NATO & International Aviation,
British Forces 1952,
RAF 1942-43,
Telecom B,
British A or International , 
New York Police,
Frence,
German,
Italian,
Spanish

ดูภาพประกอบ Phonatic Alphabet ในแบบต่าง ๆ ด้านท้าย

ในความเป็นจริงแล้ว ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่มีอะไรเป็นการลงตัวเท่าไร เพราะเป็นภาษากลางที่เรียกว่า International Language ดังนั้น แต่ละภูมิภาคก็อาจที่จะออกเสียงบางคำไม่ได้ ซึ่งก็คือที่มาของคำว่า วิกต้า หรือ วิกเตอร์ ที่เป็นกล่าวกันว่า ใครถูก หรือ ใครผิด คำนี้ เมื่อในอดีตกาลก็เคยเรียกว่า วิกต้า มาอย่างช้านาน เพราะเกิดจากผู้บริหารของ สหภาพโทรคมนาคม ในขณะนั้นไม่สามารถที่จะออกเสียงคำว่า วิกเตอร์ ได้ ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหาร ก็ได้เปลี่ยนคำอ่านจากคำว่า วิกต้า มาเป็น วิกเตอร์

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าคำว่า วิกต้า หรือ คำว่า วิกเตอร์ ไม่ได้มีความหมายอะไรที่จะต้องมาถกเถียงกันให้ปวดหัว เพราะ Phonatic Alphabet คือ การออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน ไม่ได้เป็นคำภาษาอังกฤษที่ต้องการคำแปล หากเป็นเช่นนั้น บางครั้งการออกเสียงอาจจะทำให้คำแปลเปลี่ยนไปอีกความหมายหนึ่งได้
บางครั้ง ในการติดต่อสื่อสารสากล บางครั้ง ท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน International alphabet เลยซะด้วยซ้ำ แต่อาจจะได้ยิน Country Alphabet , หรือ Alphabet ที่นำแต่ละหลายๆ Alphabet มารวมกันเพื่อให้เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในการติดต่อสื่อสารสิ่งที่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารก็คือ การติดต่อสื่อสารที่ได้ใจความครบถ้วนสมบูรณ์นั่นเอง

ดังนั้น หลักในการติดต่อสื่อสาร ก็คือ ใช้ International Alphabet ที่กำหนดก่อน หากอีกฝ่ายไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ เราอาจจะใช้ Alphabet อื่น ๆ มาผสมได้เพื่อให้ได้การติดต่อสื่อสารที่สมบูรณ์นั่นเอง

ปล. หากจะมานั่งถกเถียงกันด้วยเรื่อง Alphabet นั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่า เราควรที่จะมารณรงค์ในการใช้ความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขานสัญญาณเรียกขานให้ครบถ้วนดีกว่าหรือไม่ครับ


คำย่อต่างๆ ในกิจการวิทยุสมัครเล่น

มีเพื่อน ๆ ใหม่ ๆ สงสัยกันเรื่องคำย่อต่างๆ ในกิจการวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล เลยจัดเอามาให้เพื่อเป็นความรู้กันครับ

Prosigns ในรหัสมอร์ส คำย่อเหล่านี้ เวลาส่งเราจะส่งแบบติดต่อกันไปเลย โดยไม่มีการเว้นจังหวะระหว่างตัวอักษร ในการเขียนเราจะเขียนเครื่องหมาย Bar เอาไว้ข้างบน
AA End Of Line
AAA Full Stop
AC @ symbol used in email addresses
AR End of message
AS Stand by; wait
BT Separation (break) between address and text; between text and signature.
HH (Error in sending. 8 dits - Transmission continues with last word correctly sent.)
II Short form of above <HH>
IMI Repeat; I say again. (Difficult or unusual words or groups.)
KN Invitation to a specific station to transmit
NR Number follows
SK Out; clear (end of communications, no reply expected.)
คำย่อในกิจการวิทยุสมัครเล่น
ABT About
ADEE Addressee
ADS Address
ADR Address
AGN Again
ANI Any
ANT Antenna
B4 Before
BK Break (สัญญาณ Break ใช้สำหรับ Break เพื่อหยุดการส่ง )
BT - (สัญญาณแยกข้อความในการติดต่อทาง CW)
BTH Both
BURO Bureau
C Yes
CFM Confirm
CL Closing Station ปิดสถานี ปิดเครื่องรับ - ส่ง
CUL See you later
DA Day
DE From, This Is
DIFF Difference
DLD Delivered
DLVD Delivered
DN Down
DR Dear
DSW Russian CW abbreviation for goodbye.
DWN Down
DX Distance
ES And
FB Fine business
GA Go ahead (ใช้หลังการ CQ หรือเมื่อสิ้นสุดการส่ง เพื่อเชิญให้สถานีต่าง ๆ เรียกเข้ามาได้)
GA Good afternoon
GB Good bye
GB God bless
GE Good evening
GG Going
GM Good morning
GN Good night
GND Ground
GUD Good
HI Laughter
HI High
HR Here; hear
HV Have
HW How; how copy
K Go, invite any station to transmit
LID A poor operator (พนักงานอ่อนหัด)
LSN Listen
LW Long Wire., Long Wave
MSG Message
N No
NIL Nothing
NR Number
NW Now
OB Old boy
OM Old man
OP Operator
OT Old timer; old top
PBL Preamble
PKG Package
PSE Please
PT Point
PWR Power
PX Press, Prefix
R Received as transmitted; Are;
R Decimal Point (with numbers)
RC Ragchew
RCD Received
RCVR Receiver
RE Concerning; Regarding
REF Refer to; Referring to; Reference
RFI Radio frequency interference
RIG Station equipment
ROTFL Rolling on the floor laughing
RPT Repeat, Report
RTTY Radio teletype
RST Readability, strength, tone
RX Receive, Receiver
SED Said
SEZ Says
SIG Signal
SK Clear (เลิกการติดต่อ ใช้เพื่อเสดงว่าจบการติดต่อแล้ว ยังเปิดสถานีอยู่)
SKED Schedule
SRI Sorry
TMW Tomorrow
TNX Thanks
TT That
TU Thank you
TVI Television interference
TX Transmitter
UR; URS Your; Yours
VERT Vertical
VY Very
WKD; WKG Worked; working
WL Will
WUD Would
WX Weather
XMTR Transmitter
YF; XYL Wife
YL Young lady
33 Fondest Regards
55 Best Success
73 Best regards
88 Love and kisses
? question (เหมือนกับ QRL?)

With the group

With the group. คำๆ นี้ ผมไม่แน่ใจว่านักวิทยุสมัครเล่นรุ่นใหม่ ๆ จะรู้จักกันหรือไม่อย่างไร

ถ้าอยากรู้ก็ติดตามมาอ่านกันครับ

With the group. หากแปลเป็นภาษาไทยแบบงู ๆ ปลา ๆ ของผมก็น่าจะแปลได้ประมาณว่า กับกลุ่ม
งงกันอะดิ ว่า แล้วมันมาเกี่ยวกับวิทยุได้ยังไง หลาย ๆ คน คงคิดว่าทำไมเมื่อเข้ามาอ่านในเพจของผม ผมชอบมีอะไรมาเล่าในสิ่งแปลก ๆ ที่ไม่เคยเจอเลยในการสอบ และการเป็นนักวิทยุฯ มาทั้งชีวิต

With the group เป็นการกล่าวขานหลังการขานสัญญาณเรียกขาน ในกรณีที่เราไม่ได้คุยกันอยู่เพียงคู่เดียวในความถี่ ยกตัวอย่างเช่น E21IZC กำลังสนทนากับ E27EK อยู่ในความถี่ โดยมี HS7UCQ และ HS7TRW ก็ร่วมวงสนทนาอยู่เช่นกัน

ในระหว่างการสนทนา จำต้องมีการขานสัญญาณเรียกขานของเราและคู่สนทนาเพื่อให้ท่านอื่น ๆ ที่ผ่านไปมา ได้ทราบว่าใครกำลังสนทนากับใคร

ผมก็จะขานสัญญาณเรียกขาน เป็นดังนี้ E27EK จาก E21IZC With the group.
ดังนั้น คำว่า With the group จึงเป็นการแสดงถึงว่า ในความถี่ระหว่างที่ผมกำลังสนทนากับ E27EK นั้น ยังมี HS7UCQ กับ HS7TRW อยู่ในความถี่ด้วยนะครับ ไม่ใช่เพียงผมกับ E27EK คุยกันอยู่เพียงสองคน และเพื่อเป็นการบอก เพื่อนด้วยว่าเรายังไม่ลืมว่ายังมีพวกเขาอยู่ในความถี่ด้วย

ทีนี้ก็มีบางท่านไม่เข้าใจที่มาของคำนี้เท่าไร ได้นำคำนี้ไปใช้อย่างผิด ๆ ไม่มีความหมาย ดังเช่น มีบางกลุ่มเอาไปใช้ เป็น " มิตรตะกรุ๊ป " คือ นำคำไทยไปผสมกับภาษาอังกฤษซะงั้น โดยนำไปเป็นชื่อกลุ่มซะเลย เช่น " มิตรตะกรุ๊ปปากน้ำ " หรือ มิสเตอร์กรุ๊ป อะไรประมาณนี้

คราวนี้เพื่อน ๆ ก็คงพอทราบที่มาของคำนี้แล้วนะครับว่า จริง ๆ แล้วที่มาของมัน มาจากคำว่าอะไร และ ใช้อย่างไร มีความหมายอย่างไร หวังว่าคงจะใช้กันให้ถูกต้องขึ้นนะครับ

Intermodulation คือ Freq1 + Freq2 = Freq3

Intermodulation คือ ความถี่สองความถี่มาผสมกัน ทำให้เกิดความที่ขึ้นใหม่

Intermodulation หรือที่เรียกสั้นๆกันทั่วไปว่า intermod (อินเตอร์ม้อด) เป็นธรรมชาติของคลื่นความถี่ เมื่อมีความถี่สองความถี่ที่เกิดจากสถานีสองสถานีตั้งใกล้กันวิ่งมาผสมกันทำให้เกิดเป็นความถี่ข้างเคียงขึ้นมา ให้ท่านนึกถึงการโยนก้อนหินลองน้ำ 1 ก้อน ก็จะเกิดคลื่นแพร่กระจายเป็นระลอกออกไปยังขอบสระนั่นคือภาพการแพร่กระจายคลื่นหนึ่งสถานี และหากโยนหินสองก้อนลงน้ำพร้อมกัน นั่นก็จะมีแหล่งกำเนิดคลื่นสองแหล่ง และเมื่อคลื่นน้ำจากสองแห่งแพร่กระจายเป็นวงออกมาพบกัน คลื่นเกิดการประสานกันก็จะเกิดคลื่นใหม่ขึ้นอื่นอีกต่อๆ กันไป นั่นคือภาพจำลองให้เห็นถึงแหล่งกำเนิดคลื่นและการเกิด อินเตอร์ม้อด

ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อมีความถี่จากสถานีหนึ่งออกอากาศที่ 150 MHz และอีกสถานีออกอากาศที่ 151 MHz เกิดอินเตอร์ม้อด และมีความถี่ข้างเคียงเป็น Harmonic เลขคี่ออกมา นั่นหมายความว่าธรรมชาติของคลื่นสองคลื่นเมื่อลอยมาชนกันในอาณาบริเวณ จะทำให้เกิดความถี่ใหม่ขึ้นออกมา โดยมีกำลังสัญญาณลดลงเป็นลำดับ ซึ่งจะเกิดความถี่ 149 MHz ความถี่ 152 MHz ไล่ไปเป็นลำดับ และขนาด (Amplitude) ลดลงเรื่อยๆ

ในทางปฏิบัติภาควงจรรับของอุปกรณ์โทรคมนาคมก่อนทำการถอดสัญญาณคลื่นพาห์ออก จะต้องผ่านวงจรกรองความถี่ (Filter) ก่อนเพื่อกรองความถี่ข้างเคียงก่อนก่อนที่จะทำการ Demodulate สัญญาณ FM ก็ต้องผ่านวงจรกรองความถี่ เพื่อกรองความถี่ข้างเคียงที่เกิดจากทั้งฮาร์มอนิก และ อินเตอร์ม้อด หรือความถี่อื่นๆ เช่นกัน ในภาคส่งหรือในการ Modulation FM ก็ต้องมี Spurious Emission ขึ้นมา เป็นธรรมชาติของคลื่นที่เรียกกันว่าเกิด Side band ดังนั้นในการออกแบบภาคส่ง (Transmitter) ของอุปกรณ์โทรคมนาคมต่างๆ นั้น ต้องมีวงจรกรองความถี่ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกรองความถี่ข้างเคียงออก ให้สามารถควบคุมอุปกรณ์กำเนิดความถี่และแพร่กระจายคลื่น ให้ตรงตามที่ต้องการเท่านั้นได้

อินเตอร์มอด นั้นคำนวนง่ายๆ คือ เมื่อมีความถี่ 2 สถานี เปรียบสถานีที่ 1 กำเนิดความถี่ f1
และสถานีที่ 2 กำเนิดความถี่ f2 อินเตอร์ม้อดจะกำเนิด 2 ความถี่ที่ แอมปลิจูดสูงสุดเป็นดังนี้

2 (f1)-f2=fx
2(f2)-f1= fy

ตัวอย่างให้เห็นภาพเข้าใจง่ายที่สุด
เช่น f1= 2 MHz และ f2=3 MHz จะเกิดความถี่ Intermodulation Products 2 ความถี่คือ 1 MHz และ 4 MHz

ยกอีกตัวอย่าง
สถานี A ความถี่ f1 (144.300 MHz) สถานี B ความถี่ f2 (145.725 MHz) จะเกิด Intermodulation Products เป็นความถี่ใหม่ คือ 

ความถี่ f1 = 2(144.300)-145.725 = 142.875 MHz และความถี่ f2 = 2(145.725) – 144.300 = 147.150 MHz

หวังว่าคงพอจะเข้าใจบ้างนะครับ และสามารถนำสูตรนี้ไปคำนวณหาได้เลย ว่าหากท่านออกอากาศถี่ความถี่นี้ จะเกิด Intermodulation ที่ความถี่เท่าไร หากมีคนแถวบ้านท่านใช้ความถี่อีกความถี่หนึ่งอยู่

เมื่อคุณเริ่มออกอากาศในความถี่ครั้งแรก สิ่งที่คุณจะต้องทำอย่างแรก

เมื่อคุณเริ่มออกอากาศในความถี่ครั้งแรก สิ่งที่คุณจะต้องทำอย่างแรกคุณทราบหรือไม่ว่า คุณจะต้องทำอย่างไร

หากถามนักวิทยุฯ ใหม่ ๆ ที่เพิ่งสอบผ่านรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุฯ มาสด ๆ ร้อน ๆ หลาย ๆ ท่านก็จะต้องตอบว่า จำสัญญาณเรียกขานของผู้ใช้ความถี่อยู่ , หยิบไมค์ , เตรียมสมุดดินสอเพื่อจดลง LOGBOOK

แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การฟังครับ วิทยุสมัครเล่นฯ นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด หรือ อาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารเลยก็ว่าได้คือ " การฟัง " ยกตัวอย่างการส่งรหัสมอร์ส หากคุณฝึกส่งได้อย่างดีเลย สามารถส่งได้นาทีละ 40 - 50 คำโดยประมาณ แต่ความสามารถในการรับคุณสามารถรับได้แค่ 5 คำ / นาที ถามว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่า ไม่มีทางในเมื่อคุณส่งซะเร็วขนาดนั้น
ผู้รับคุณเขาก็ต้องตอบกลับมาในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพราะเขาคิดว่าคุณสามารถรับได้เท่ากับที่คุณส่ง หากเมื่อเขาส่งมาเร็ว แต่คุณมีความสามารถแค่ 5 คำ / นาที แล้วคุณจะฟังเขารู้เรื่องได้อย่างไรว่าเขาส่งอะไรมา

เช่นเดียวกันครับ หากพูดกันใน PHONE MODE แล้ว ก็เช่นเดียวกัน พวกเรามีเวลามากพอครับในการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่น เมื่อเราจะเล่นวิทยุฯ เราต้องดูแล้วว่าเรามีเวลาว่างพอหรือไม่ในการหยิบไมค์ขึ้นมาคุย หากเราไม่มีเวลาว่างมากพอ เราก็ไม่คุยจริงหรือไม่ครับ

ท่านเคยสังเกตกันหรือไม่ว่า หากเมื่อไรท่านไม่ได้จับวิทยุฯ ท่านสามารถคุยกันกับเพื่อนที่เป็นนักวิทยุฯ หรือ ไม่เป็นนักวิทยุฯ ได้อย่างเป็นปกติ แต่เมื่อไรท่านเอาวิทยุฯ มาเป็นตัวคั่นระหว่างเพื่อนกับท่านแล้ว ภาษาที่ท่าน ๆ ใช้กัน มันจะเปลี่ยนไปเลย ลองสังเกตกันดูนะครับ ว่าจริงหรือไม่

แต่ภาษาที่ท่านใช้กันนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านได้มีความเข้าใจในภาษานั้น ๆ แล้วเพียงใด สิ่งที่ท่านใช้นั้นมันถูกต้องตามหลักสากลหรือไม่ ผมคงจะไม่พูดย้อนกลับไปในอดีตว่ากิจการวิทยุสมัครเล่นไทยเกิดขึ้นมาอย่างไร แต่อยากจะเล่าสู่กัน
ฟังสำหรับนักวิทยุฯ รุ่นใหม่ ๆ ว่า กิจการวิทยุสมัครเล่นไทยนั้น เกิดจากวิทยุอาสาสมัคร โดยนำเอาแบบอย่างมาจากหน่วยงานราชการ จากนั้น เมื่อมีกิจการวิทยุสมัครเล่นขึ้นในประเทศไทย ก็ได้มีการนำเอาแบบอย่างต่าง ๆ มาแทบจะทั้งสิ้น

อาทิเช่น การขานเวลาหลังจากจบการติดต่อสื่อสาร ของ สถานีวิทยุคมนาคมควบคุมข่าย กิจการวิทยุสมัครเล่น ซึ่งผมอยากจะบอกว่าไม่มีที่ใดในโลกนี้เขาทำกันครับ สถานีวิทยุฯ ส่วนใหญ่แทบทุกสถานีเขาจะมีนาฬิกาที่บอกเวลา UTC และเวลาท้องถิ่นประจำสถานีกัน เพื่อทราบเวลากันอยู่แล้ว เพื่อใช้ในการลงบันทึกการติดต่อสื่อสารใน LOG BOOK หรือ การใช้ โค๊ด ต่าง ๆ เลียนแบบมาจาก รหัส ว. เพื่อให้มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่จริง ๆ แล้วมันคนละความหมาย หรือ แม้นแต่กระทั่งสร้างคำย่อเองตามใจตน เพื่อให้ใกล้เคียงกับคำย่อที่มีในกิจการวิทยุสมัครเล่น

อยากบอกว่า จริง ๆ แล้วนั้น การติดต่อสื่อสารในวิทยุสมัครเล่นนั้น มีข้อบัญญัติอย่างดีแล้วครับ ในกิจการวิทยุสมัครเล่นนั้น เขาบอกอย่างชัดเจนว่า ให้ใช้ภาษาธรรมดาให้มากที่สุด ใช้ประมวลรหัส Q ให้น้อยที่สุด เพราะอะไร เพราะว่าประมวลรหัส Q นั้น เขาใช้สำหรับการส่งรหัสมอรส์ เพราะเนื่องจาก การรับด้วยหูส่งด้วยมือ ของคนนั้น สามารถทำได้เต็มที่อย่างเก่งสำหรับคนปกติธรรมดา ก็ไม่น่าจะเกิน 60 คำต่อนาที และด้วยสภาพอากาศอาจจะเป็นใจหรือไม่เป็นใจในการติดต่อสื่อสาร หากที่จะใช้คำพูดแบบเต็มรูปแบบ คงจะไม่ทันกินแน่นอน ดังนั้น เขาจึงต้องมี รหัส Q เพื่อมาใช้ย่อในการติดต่อสื่อสาร แต่สำหรับ การพูดนั้น โดยปกติของคนธรรมดา เวลาพูดจะมีความเร็วประมาณ 200 คำต่อนาที ดังนั้น ไม่ใช่เป็นอุปสรรคอันใดต่อการติดต่อสื่อสารแต่อย่างใด

" Portable หรือ / (Slash) "

อันนี้ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักวิทยุสมัครเล่นรุ่นใหม่ ต้องถามว่า มันคืออะไรครับ ไม่เห็นมีในการสอบอีกแล้ว แล้วพี่ไปเอามันมาจากไปล่ะ โม้หรือเปล่า

ถ้าอยากรู้ก็ตามมาอ่านดีกว่า จะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่บางครั้งเราอาจจะยังไม่ทราบก็เป็นไปได้
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่ในกิจการวิทยุฯ เพียงแต่นักวิทยุฯ ไทย ไม่ค่อยให้ความสนใจสักเท่าไร

Portable หรือ / นั้น เป็นการ Identified อย่างหนึ่งสำหรับการออกอากาศนอกเขตที่ตนเองมี License ระบุอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ผม E21IZC เป็นคนกรุงเทพฯ ได้ใบอนุญาตที่กรุงเทพฯ ต่อมาย้ายบ้านมาอยู่ที่สมุทรสาคร กับ ที่ชุมพร

ดังนั้น เมื่อผมออกอากาศ ผมจะต้องมี Identified ต่อท้ายสัญญาณเรียกขานผมเป็น E21IZC/7 กรณีออกอากาศที่สมุทรสาคร หรือ E21IZC/8 กรณีออกอากาศที่ชุมพร เพื่อบอกว่าตอนนี้ ผมมาออกอากาศที่ เขต 7 หรือ เขต 8 นะครับ ไม่ใช่ออกอากาศอยู่ที่ ๆ ได้ใบอนุญาต

ในบางครั้ง นักวิทยุฯ ขั้นกลาง ใหม่ ๆ เมื่อออกอากาศ และติดต่อกับ นักวิทยุฯ ญี่ปุ่น จะคงเคยเจอ JA1???/1 คงสงสัยกันว่า เฮ้ย มันก็เขต 1 แล้วยังจะมา /1 กันทำไมอีก การ Identified สัญญาณเรียกขานแบบนี้ นั่นหมายถึงว่า เขาไม่ได้ออกอากาศจากที่ ๆ ได้รับอนุญาตครับ เช่น ผมอาจจะได้รับอนุญาตที่ กทม. แต่ไปออกอากาศที่ อยุธยา ผมก็ต้อง Identified เป็น E21IZC/1 ประมาณนี้ครับ

ทีนี้จากเรื่อง เขต มาเป็นเรื่องการออกอากาศจากสถานีที่เคลื่อนที่ เช่น ยานพาหนะ , เรือ , หรือ อากาศยาน เขาก็มีวิธีใช้ดังต่อไปนี้ครับ
ยานพาหนะ = /M (Mobile)
เรือ = /MM (Maritime Mobile)
อากาศยาน = /AM (Aeronautical Mobile)

แต่หากเป็นการออกอากาศจาก Out Land เช่นการออกอากาศจากบนเกาะต่าง ๆ แล้ว มักจะใช้เป็น /p หรือ Portable เช่น ผมวันดีคืนดี นึกอยากไปเที่ยวเกาะเต่า เพราะอยู่ใกล้บ้าน และนำวิทยุไปออกอากาศด้วย เวลาผมขานสัญญาณเรียกขาน จะเป็น E21IZC/p

ยิ่งในปัจจุบันนี้ มีการรวมสัญญาณเรียกขานและออกเป็นหมวดเดียวทั้งประเทศ ทำให้ทุกวันนี้ไม่ทราบเลยว่า ใครอยู่จังหวัดไหน เช่น ไปทางเหนือ ก็มี E23 ไปทางอิสาน ก็มี E23 ซึ่งจริง ๆ แล้ว E23 น่าจะเป็นทางอิสานตอนล่างหากเป็นการแบ่งเขตตามปกติ

ซึ่งจริง ๆ แล้วหากเป็นการรวมสัญญาณเรียกขานทั้งประเทศอย่างนี้ ในความคิดผมแล้ว ควรที่จะใช้วิธีปฏิบัติตามสากลนี้ เพื่อที่จะได้ไม่สับสนครับ

สายอากาศหรือเสาอากาศ

ยังมีอีกหลายท่านไม่น้อยที่มักจะเรียกอุปกรณ์สำหรับรับและส่งคลื่นความถี่วิทยุ ว่า เสาอากาศ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

สายอากาศ คือ อุปกรณ์สำหรับรับและส่งคลื่น ความถี่วิทยุ (radio frequency) ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และในทางกลับกัน ก็เปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน

สายอากาศมีหลายขนาดและรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น สายอากาศสำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นสายอากาศชนิด ยากิ-อุดะ มักติดตั้งไว้บนหลังคา ทำด้วยอะลูมิเนียม เพราะน้ำหนักเบาและทนต่อสภาพอากาศได้ดีกว่าโลหะทั่วไป สายอากาศของไมค์ลอย เป็นเพียงสายไฟสั้นๆ หรือสายอากาศของโทรศัพท์มือถือ เป็นเพียงจุดเชื่อมต่อเล็กๆ เท่านั้น

คำว่าสายอากาศ เป็นศัพท์เฉพาะด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ บัญญัติขึ้นจากคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ "antenna" หรือ "aerial" ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์อาจเขียนอักษรย่อ Ant. อย่างไรก็ตาม บุคคลทั่วไปนิยมเรียกว่า เสาอากาศ อาจจะเป็นเพราะเดิมใช้เสาสูงๆ สำหรับติดตั้งสายอากาศนั่นเอง

สายอากาศแบ่งตามรูปแบบการรับ-ส่งคลื่นได้ดังนี้
- สายอากาศแบบรอบตัว (OMNO-DIRECTIONAL ANTENNA)สามารถรับ-ส่งคลื่นได้ดีในทุกทิศทางเฉลี่ยกันไปโดยรอบ
- สายอากาศแบบกึ่งรอบตัว (UNDIRECTIONAL ANTENNA) สามารถรับ-ส่งคลื่นได้ดีเกือบรอบตัวแต่มีอัตราขยายสูงกว่าแบบรอบตัว
- สายอากาศแบบทิศทางเดียว (DIRECTIONAL ANTENNA) สามารถรับ-ส่งคลื่นได้ดีในทิศทางที่กำหนดและจะมีอัตราขยาย (gain) สูงกว่าประเภทอื่น

ขั้นตอนการขออนุญาตวิทยุสมัครเล่นประเทศสิงคโปร์

เข้าไปที่เวปไซด์ IDA IDA (INFO-COMMUNICATIONS DEVELOPMENT AUTHORITY OF SINGAPORE) หรือ หน่วยงานกำกับดูแลด้านกิจการโทรคมนาคม ของประเทศสิงคโปร์
โดยเข้าไปที่


ซึ่งจะเป็นแนวทางการขออนุญาตวิทยุสมัครเล่นในสิงคโปร์ โดยดำเนินตามขั้นตอนดังนี้
1. พิมพ์เอกสารออกมา และนำหน้า Annex 1 กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย
2. สแกนเอกสารประกอบ ดังนี้
2.1 หนังสือเดินทาง
2.2 บัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นที่มีภาษาอังกฤษกำกับ
2.3 Schematic Diagrams ของเครื่องวิทยุที่จะใช้

จากนั้น ส่งเมล์เอกสารตาม 1 และ 2 ไปที่ email : rohaidah_haron@ida.gov.sg

รอประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะได้รับเมล์ตอบจาก ida สำหรับ username และ password สำหรับการเข้าไปทำรายการ e-payment

เมื่อได้รับ email จาก IDA แล้วให้ login เข้าไป และทำการเปลี่ยน password ให้เรียบร้อย จากนั้น เข้าไปเช็คสถานะของการขอใบอนุญาตว่าอยู่ในขั้นตอนไหน เมื่อสถานะแจ้งให้ทำการจ่ายเงิน ก็ดำเนินการจ่ายเงินผ่าน e-payment ก็เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นก็รอใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตจะส่งให้ตามที่อยู่ที่เราได้ให้ไว้ใน application annex 1 ในช่อง address / location of station in Singapore ซึ่งอาจเลือกที่อยู่ของโรงแรมที่เราพักก็ได้ หรือ บ้านเพื่อนที่เราจะไปออกอากาศ เป็นต้น

ภาพประกอบเรียงลำดับตามเอกสารต่าง ๆ


ภาพประกอบ 1 เอกสาร Anex 1 สำหรับการขออนุญาตในขั้นตอนแรก


ภาพประกอบ 2 หลังจากได้รับ Username และ Password แล้วและเข้ามาเช็คสถานะ


ภาพประกอบ 3 ขั้นตอนการจ่ายชำระเงิน e-payment


ภาพประกอบ 4 ขั้นตอนการจ่ายชำระเงิน e-payment


ภาพประกอบ 5 ขั้นตอนการจ่ายชำระเงิน e-payment


ภาพประกอบที่ 6 การจ่ายชำระเงิน e-payment เสร็จสมบูรณ์


ภาพประกอบที่ 7 ใบอนุญาตวิทยุสมัครเล่น 9V1/E21IZC แผ่นที่ 1



ใบอนุญาตวิทยุสมัครเล่น 9V1/E21IZC แผ่นที่ 2