วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การใช้ภาษาถิ่นในการติดต่อสื่อสาร

เป็นเรื่องที่พูดคุยกันไม่จบมากเลย เรื่องการใช้ภาษาถิ่นในการติดต่อสื่อสาร นับตั้งแต่ผมเข้าสู่กิจการวิทยุสมัครเล่นมาไม่น้อยกว่า 20 ปี และประสบการณ์ในด้านต่างประเทศก็ไม่น้อยกว่า 18 ปี ผมยังไม่เคยได้ยินเลยว่ามีการห้ามการติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาท้องถิ่น

อยากเรียนว่าไม่ว่าภาษาไทยกลาง , ไทยอิสาน , ไทยเหนือ หรือไทยใต้ ต่างก็เป็นภาษาของคนไทยทั้งนั้นครับ ในกิจการวิทยุสมัครเล่นสากล ผมก็เห็นเขาใช้ภาษากลางกันในการสนทนากับสถานีที่เป็นต่างชาติ และ ใช้ภาษาของประเทศตนเองติดต่อกับเพื่อนนักวิทยุฯ ที่อยู่ในประเทศ

ถึงแม้นว่าจะเป็นการติดต่อกันในความถี่ HF ก็แล้วแต่ แต่เมื่อไรที่เขาติดต่อกับสถานีจากต่างประเทศ เขาก็จะใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษากลาง ในการติดต่อสื่อสารแทบทั้งสิ้น

ดังนั้นแล้วผมคิดว่า ไม่ได้เป็นความผิดอะไรเลยที่นักวิทยุฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ จะใช้ภาษาถิ่นของตนเองในการติดต่อสื่อสาร แต่ขอให้มีมารยาทในการติดต่อสื่อสารเท่านั้นเองครับ คงไม่มีใครอยากจะเข้าไปคุยด้วยกับคนที่พูดจาไม่สุภาพเป็นแน่แท้ หากท่านเป็นคนที่มีมารยาทในการติดต่อสื่อสารแล้ว

ผมมั่นใจว่าแม้นว่าท่านจะใช้ภาษาอะไรในการติดต่อสื่อสาร ก็จะมีคนอยากสนทนากับท่านด้วยเป็นแน่แท้ แต่อยากฝากไว้แค่ว่า หากมีนักวิทยุฯ ต่างถิ่นเข้ามาขอติดต่อก็ควรที่จะเปลี่ยนการใช้ภาษามาเป็นภาษากลางเพื่อให้สามารถที่จะเข้าใจกันได้อย่างครบถ้วนมากกว่าครับ เพราะการติดต่อสื่อสารทางวิทยุฯ ไม่เหมือนกับการพูดคุยแบบเห็นหน้ากัน บางครั้งการได้ยินบางคำอาจจะมีการผิดเพี้ยนได้จากสัญญาณคลื่นวิทยุครับ

มารู้จัก DX กันครับ

DX หมายถึง การติดต่อทางไกล (Long Distance)

DXpedition หมายถึง การออกอากาศจากสถานีที่อยู่ไกล , ไม่ค่อยมีผู้ใดไปออกอากาศ

DXer หมายถึง ผู้ที่ออกอากาศจากสถานีที่อยู่ไกล , ไม่ค่อยมีผู้ใดไปออกอากาศ

DX - pedition คือ การเดินทางไปยังสิ่งที่ถือว่าเป็นสถานที่ที่แปลกใหม่โดยนักวิทยุสมัครเล่น โดยที่นั้น ๆ อาจจะอยู่ห่างไกลหรือเพราะมีนักวิทยุสมัครเล่น อยู่น้อยมากที่ออกอากาศจากสถานที่นั้น ๆ ซึ่งอาจจะเป็นเกาะที่มีประเทศ หรือ เป็นเพียงแค่จุดเล็ก ๆ ในตารางทางภูมิศาสตร์

DX - peditions จะต้องมีการวางแผนและการจัดการที่ดี จำเป็นต้องติดต่อกับที่ๆ จะออกอากาศจากสถานที่นั้น ๆ ซึ่งมีหลาย ๆ ท่านที่ต้องการติดต่อกับสถานี DX นั้น ๆ  เพื่อต้องการใช้สำหรับอ้างอิงในการขึ้นรางวัลที่นักวิทยุฯ ทั่วโลกต้องการมีไว้ประดับฝาบ้านของตนในชีวิตหนึ่งของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่น ก็คือ รางวัล DXCC (DX Century Club) ซึ่งออกรางวัลโดย สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งสหรัฐอเมริกา (ARRL) ซึ่งการนับประเทศนั้นจะถูกกำหนดโดย ARRL เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น Alaska , Hawai ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน ยังถูกจัดแบ่งให้เป็น 1 DXCC หรือแม้นแต่นครวาติกัน , สหภาพโทรคมนาคม ระหว่างประเทศ (ITU) และ UN (องค์การสหประชาติ) ก็ถูกจัดเป็น 1 DXCC เช่นเดียวกัน นับเป็น 1 ประเทศ หรือเช่น แอนตาร์กติกา หรือ ซาฮาราตะวันตก

หลาย DX - peditions มักจะออกอากาศจากสถานที่ที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟและไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำเนิดพลังงาน หรือหลาย ๆ ครั้งที่มีการออกอากาศจากประเทศที่ไม่มี กิจการวิทยุสมัครเล่น และไม่อนุญาตให้มีกิจการวิทยุสมัครเล่น ซึ่งผู้ออกอากาศจะต้องนำอุปกรณ์ในการออกอากาศ และ อุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปเอง อาทิเช่น เกาหลีเหนือ , เยเมน, และอิหร่าน หรือบางที่ ๆ ไม่สามารถเข้าไปได้เลย อาทิเช่น เกาะ Peter I Island ซึ่งเป็นเกาะน้ำแข็ง , Clipperton Island , เกาะนาวาสซา หรือ เกาะ Desecheo

ซึ่งพวกนักวิทยุฯ ที่ไปออกอากาศนั้น ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากมากในการที่จะขออนุญาตได้สักครั้ง เมื่อได้รับอนุญาตแล้วสิ่งที่ตามมาคือค่าเดินทางที่ทั้งมีราคาที่แพงและอันตราย บางสถานที่เช่น BS7H / Scarborough Reef ที่มีปะการังจมอยู่ใต้น้ำ

การ DX-Pedition จะมุ่งถึงการติดต่อให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สัญญาณครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการไม่ให้เกิด PILEUPS ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ที่ต้องการที่จะติดต่อมีการติดต่อหรือเรียกเข้ามาพร้อมกันอย่างมากมายเพียงเพื่อติดต่อกันให้ได้และรายงานค่าสัญญาณ และแลกเปลี่ยนบัตรยืนยันการติดต่อสื่อสารกันเพื่อสำหรับขึ้นรางวัลเพื่อความภูมิใจในชีวิตหนึ่งของการเป็นนักวิทยุสมัครเล่น

ในบางครั้งเคยมีผู้ถามผมว่า ในชีวิตการเล่นวิทยุฯ ของผมนั้นผมติดต่อได้ไกลที่สุดคือประเทศไหน ผมกลับตอบไปว่าผมสามารถที่จะติดต่อประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทุกวัน

คุณว่ามันไกลไม๊ แต่ผมกลับบอกว่า ประเทศเพื่อนบ้านเรานั่นแหละคือสถานี DX ของผม พม่า , ลาว , กัมพูชา หรือแม้นกระทั่งเวียดนาม มีผู้ออกอากาศยังน้อยกว่านักวิทยุจากอเมริกา ในทุกวันซะอีก คำว่า DX นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปออกอากาศจากนอกสถานที่ก็ได้ อย่างประเทศไทย ในความถี่ HF ก็ถูกจัดว่าเป็นสถานี DX เพราะจะได้ยินสถานีที่ออกอากาศจากประเทศไทยจำนวนน้อยมาก ๆ ในความถี่ด้งกล่าว เมื่อคราวใดมีผู้ออกอากาศจากประเทศไทย ก็จะมีผู้ที่รอติดต่ออยู่เยอะมาก ในบางครั้งก็เกิดเป็นPileups ได้เช่นเดียวกัน

มารยาทในการติดต่อสื่อสาร (Break , Contact)

ในการติดต่อสื่อสารนั้น สิ่งที่เราจะเห็นกันมาก ๆ คือ เมื่อเราต้องการที่จะติดต่อใคร เรามักจะแทรกเข้าไประหว่างกลางวงสนทนา และก็กล่าวคำว่า Contact หรือ Tact ๆๆๆๆๆ 

จริง ๆ แล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่า สิ่งนี้ไม่มีใครเขาใช้กันครับ การที่เราจะติดต่อกับสถานีที่เขากำลังคุยกันอยู่นั้น โดยมารยาทการติดต่อวิทยุสื่อสารจริง ๆ แล้ว เขาจะต้องรอจนกว่าการสนทนานั้น ๆ จะยุติลง จึงจะติดต่อเข้าไปได้ แต่หากท่านมีเรื่องราวที่เร่งด่วนจริง ๆ ยังไง ก็ต้องติดต่อให้ได้แล้วนั้น สิ่งที่ปฏิบัติกันเป็นสากลก็คือ จะต้อง BREAK เข้าระหว่างการสนทนานั้น ๆ เพื่อให้คู่สนทนาหยุดการสนทนา และ หลังจากคู่สนทนาหยุดการสนทนาแล้วนั้น ท่านจึงกล่าว Contact กับสถานีที่ท่านต้องการจะติดต่อ 

เช่น

HS1กกก กำลังสนทนาอยู่กับ HS1ขขข อยู่ และ E21คคค ต้องการที่จะติดต่อกับ HS1ขขข

E21คคค จะต้องรอจังหวะการสนทนาที่ว่าง และ กล่าวคำว่า BREAK ระหว่างจังหวะการสนทนาที่ว่างนั้น จากนั้น คู่สนทนาจะปล่อยความถี่ให้ว่าง เพื่อเปิดโอกากสให้ E21คคค ได้กล่าว Contact

E21คคค เมื่อต้องการที่จะติดต่อ HS1ขขข ก็จะต้องกล่าว Contact HS1ขขข จาก E21คคค
อันนี้คือรูปแบบอย่างการติดต่อที่ถูกต้องตามหลักสากลปฏิบัติสำหรับการติดต่อสื่อสาร

ว่ากันด้วยเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับ Repeater

หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า Repeater นั้นมีไว้ทำไม หากมีไว้ก็ต้องไว้ใช้คุยสิ จะปล่อยไว้ว่าง ๆ ทำไมไม่ให้เกิดประโยชน์

ท่านทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่ท่านคิดนั้นเป็นสิ่งที่ผิดเอามาก ๆ เลย

Repeater หรือที่เราเรียกว่าสถานีทวนสัญญาณ จุดประสงค์ของ Repeater นั้น ไว้ใช้สำหรับสถานีที่ในกรณีปกติไม่สามารถทีจะติดต่อกันได้ในการติดต่อทางตรง จึงต้องมีสถานีทวนสัญญาณไว้เป็นสื่อกลางในการติดต่อเพื่อที่จะให้สถานีที่ติดต่อกันไม่ได้ติดต่อกันได้โดยผ่านสถานีทวนสัญญาณ โดยปกติสถานีทวนสัญญาณมักจะติดตั้งอยู่บนภูเขาหรือตึกสูง ๆ

ในปัจจุบันกลับพบว่า ผู้ใช้งานสถานีทวนสัญญาณส่วนใหญ่ มักจะติดต่อกันได้ในทางตรง แต่ก็มักจะมาใช้งานในสถานีทวนสัญญาณกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของการใช้งาน Repeater บางท่านคิดว่าที่ต้องมาใช้งาน Repeater ทั้ง ๆ ที่ติดต่อกันได้เอง ก็เพราะต้องการให้คนอื่นทราบว่าตรงนี้คือ Repeater นะ

สาเหตุต่าง ๆ ที่บรรดาผู้ใช้งานใช้งานกันผิดประเภทนั้น เกิดจากการที่ นักวิทยุฯ หลาย ๆ ท่านต่างไม่สนใจที่จะศึกษา Band Plan ว่าตรงไหนเขาใช้ทำอะไรกัน เมื่อท่านไม่ทราบ Band Plan หรือไม่ศึกษา Band Plan สิ่งที่ตามมาก็คือ ทำยังไงที่จะให้ทราบว่า ตรงไหนคือ Repeater ก็คือ ต้องใช้การคุยกันมาก ๆ ที่ความถี่ Repeater จริง ๆ แล้ว สถานีทวนสัญญาณ หรือ Repeater นั้นมีประโยชน์ เป็นอย่างมาก สามารถที่จะใช้ประสานงานในยามเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากระบบ Network ทำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว จะสามารถที่จะเชื่อมเครือข่ายได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังสามารถที่จะ Cross Band หรือ ที่เรียกว่า Cross Band Repeater ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

จึงอยากฝากผู้ที่ใช้งาน Repeater ทุก ๆ ท่านช่วยประหยัดการใช้ความถี่เพื่อการถนอมเครื่อง Repeater ไว้สำหรับการใช้งานในยามฉุกเฉิน อย่าให้เป็นเหมือนบางจังหวัดที่พอเกิดสถานะการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ กลับใช้งาน Repeater ไม่ได้ครับ

มารู้จัก Channel Spacing กันดีกว่าครับ

Channel Spacing นั้นแปลตามตัวก็หมายถึงช่องว่างระหว่างช่อง นั่นเอง อดีตได้กำหนดช่วงว่างระหว่างช่องไว้ที่ 25 KHz. สำหรับ VHF FM โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ 16 KHz. ในเครื่องวิทยุฯ สมัยก่อน และจะเป็นแบบ WIDE BAND

ดังนั้นจะเห็นว่า การรบกวนกันนั้นไม่ค่อยมีเหมือนในปัจจุบัน เพราะ Channel Spacing จะห่างกันมากในแต่ละช่องความถี่

ปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ Channel Spacing เหลือเพียง 12.5 KHz. ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มักจะเกิดปัญหาการรบกวนกันเนื่องจาก หาก Channel Spacing ต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว การรบกวนระหว่างสถานีที่ใกล้เคียงกันจะมีมากขึ้น ซึ่งในวิทยุฯ รุ่นใหม่ ๆ จึงได้พัฒนาจาก WIDE BAND มาเป็น NARROW BAND ซึ่งจะเห็นได้จากวิทยุฯ ตั้งแต่ Yaesu รุ่น FT2800 เป็นต้นมา แต่ก็มักจะไม่มีใครค่อยใช้กันสักเท่าไร เพื่อลดปัญหาการรบกวนดังกล่าว

การปรับเปลี่ยน Channel Spacing ในประเทศไทยนั้น ผมมองว่าจริง ๆ แล้วเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุดอย่างยิ่ง การแก้ปัญหาดังกล่าว เกิดจากการที่จำนวนนักวิทยุฯ มีเพิ่มมากขึ้น แต่หน่วยงานกำกับดูแล ไม่สามารถที่จะเพิ่มช่องความถี่ให้เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักวิทยุฯ ที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น จึงใช้การแก้ปัญหาโดยการลด Channel Spacing ลง ซึ่งหากที่จะทำดังกล่าวนั้น สิ่งที่ควรต้องเพิ่มให้ก็คือ การใช้ Tone ในการติดต่อสื่อสาร หรือ การอนุญาตให้ใช้เครืองวิทยุคมนาคม แบบ ALL MODE

แต่ก็อีกนั่นแหละ เพราะปัจจุบันเครื่องแบบดังกล่าว มักจะมีความที่ 50 MHz. ที่ หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ได้อนุญาตให้นักวิทยุฯ ไทย ได้ใช้ก็เลยยังเป็นปัญหาอยู่ แต่หวังว่าอีกไม่นานหลังจากมีการเพิ่มความถี่เป็น 144-147 MHz. หน่วยงานที่กำกับดูแลน่าจะปรับ Channel Spacing ให้กลับมาเป็น 25 KHz. เหมือนเดิม

ที่มาของคำว่า " ยากิ "

สายอากาศแบบยากิ-อูดะ (Yagi-Uda) หรือสายอากาศก้างปลา ออกแบบโดย ศจ. ฮิเดจุกุ ยากิ และ ศจ. ชินทาโร อูดะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล จึงตั้งชื่อสายอากาศแบบนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านทั้งสอง แต่ปัจจุบันจะเรียกติดปากกันสั้น ๆ เหลือเพียงแค่ " สายอากาศยากิ "

ใช้ Q Signal ให้ถูกต้องกันดีกว่า

พอพูดถึงเรื่องการติดต่อสื่อสาร เราก็จะต้องมาพูดถึงเรื่องการใช้ รหัส Q หลาย ๆ สถานีที่ผมมีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารด้วยนั้น มักจะมีความรู้สึกที่ดีใจเป็นอย่างมาก หากจะสามารถที่จะใช้รหัส Q ที่แปลก ๆ มาใช้กับเพื่อนในความถี่ และเพื่อนไม่เข้าใจได้นั่น คือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาคือผู้ที่เก่งกาจ

แต่จริง ๆ แล้วในกิจการวิทยุฯ หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ใช้รหัส Q ให้น้อยที่สุด ใช้ภาษาธรรมดาให้มากที่สุด

ยกตัวอย่าง รหัส Q และ คำย่อ ที่มักจะใช้กันอย่างเข้าใจผิด ๆ
QRD - คุณมาจากไหนและจะไปไหน , เวลาตอบ ก็แค่ตอบว่า QRD กรุงเทพฯ ชุมพร แค่นี้ทุกคนก็เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไรแล้วครับ แต่บางท่านกลับนำไปใช้จนคนที่ใช้งงกันไปหมด เช่น ผมกำลัง QRD ผ่านสี่แยกท่าแซะ ลองแปลซิครับ มันจะแปลได้ว่าอะไร คนถามเขาถามว่า ท่านมาจากไหนและจะไปไหน แต่ท่านกลับตอบว่า มาและไปผ่านสี่แยกท่าแซะ (ยังมีอีกเยอะนะแต่ยกตัวอย่างแค่นี้พอ)
QTH - ตำแหน่งที่ตั้งสถานีอยู่ที่ไหน ตอบเป็น Lat , Long หรือ สถานที่ แค่นั้นครับ ไม่ต้องตอบอะไรให้มันมากความ
QRK - อันนี้สำคัญ วิธีการรายงานค่าสัญญาณนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบ RST กับ ประมวล Q
หลาย ๆ ท่านอาจจะงง ๆ ว่า เฮ้ย มันจะมีอะไรวุ่นวาย ก็ฉันรู้มาว่ามันต้องรายงานอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ลองมาดูกันครับ
การรายงานแบบ RST นั้น ก็จะบอกว่า R = Readability , S = Signal Strength , T = Tone
Readability (R) = ความชัดเจนในการฟัง ซึ่งมี 5 ระดับ คือ
1 ไม่ได้เลย
2 ไม่ค่อยดี (รับแทบไม่ค่อยได้เลย)
3 พอใช้ (รับข้อความได้ด้วยความลำบากมาก)
4 ดี (รับข้อความได้สบาย)
5 ดีเยี่ยม (รับข้อความได้สมบูรณ์ยิ่ง)
Signal Strength (S) = ความแรงของสัญญาณที่รับได้ มี 9 ระดับ คือ
1 อ่อนมากจนแทบรับไม่ได้
2 อ่อนมาก
3 อ่อน
4 พอใช้ได้
5 ดีพอใช้
6 ดี
7 แรงปานกลาง
8 แรงดี
9 แรงดีมาก
Tone (T) = ความแจ่มใสของเสียงสัญญาณวิทยุโทรเลข (รหัสมอร์ส)
1 เสียงพร่ามาก มีคลื่นความถี่ต่ำผสมมาด้วย
2 เสียงพร่ามาก
3 เสี่ยงพร่ามาก เหมือนใช้แรงดันไฟฟ้าที่ไม่มีการกรองให้เรียบเลย
4 เสียงพร่าและยังกระเพื่อมอยู่
5 เสียงยังกระเพื่อมอยู่มาก
6 เสียงยังกระเพื่อมอยู่เล็กน้อย
7 เกือบดียังกระเพื่อมอยู่บ้าง
8 เกือบดีแล้ว
9 ดีมากไม่มีตำหนิ

ดังนั้น การรายงานค่าสัญญาณวิทยุ หาก ท่านต้องการรายงานแบบ RST แล้วนั้น ในโหมด PHONE จะรายงานค่าแค่ RS โดยไม่มีคำใด ๆ ต่อท้ายทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น หากความชัดเจนในการฟังอยู่ในระดับ ดีเยี่ยม และ ความแรงของสัญญาณที่รับได้อยู่ในระดับ แรงดีมาก ก็รายงานค่าสัญญาณ คือ 59 เท่านั้น

หากต้องการรายงานแบบ ประมวล Q หรือ รหัส Q ก็แค่รายงานแค่ QRK 5 โดยการรายงานแบบ รหัส Q ข QRK ก็จะแบ่งเป็น 5 ระดับ เหมือน R - ความชัดเจนในการฟัง ไม่มีนะครับ QRK 59 , 59 ++++ , หรืออื่น ๆ ที่จะสรรหามาใช้กัน

QTR - ขณะนี้เวลาเท่าไร อันนี้ส่วนใหญ่มักจะเอาไปเปรียบกับ ว.13 ของ รหัส ว. ไม่มีนะครับ QTR นี้ , QTR หน้า อยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับเวลา ก็บอกเลยครับ ไม่ต้องใช้ รหัส Q ให้มันสิ้นเปลืองและไม่ถูกต้อง

QRO - เพิ่มกำลังส่ง แต่ก็เอาไปใช้ในการบอกกำลังส่ง เช่น ออกอากาศด้วยเครื่อง....... กำลังส่ง QRO ไม่มีนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าเพราะไม่ต้องการบอกว่า เครื่องผมนะผ่านการจูนมาเรียบร้อยแล้ว มากกว่าใบอนุญาตที่อนุญาตให้ แต่พูดไม่ได้ (อันนี้ละเว้นไว้ในฐานที่เข้าใจครับ) แต่หากจะบอกก็บอกเลยว่า กำลังส่งสูงสุดของเครื่องที่จะทำได้ครับ

QRP - ลดกำลังส่ง นะครับ ไม่ใช่ กำลังส่ง QRP ไม่มีนะครับ บอกไปเลยว่า ส่งน้อยที่สุดเท่าที่จะส่งได้ของเครื่อง

YL - แทนสุภาพสตรี แต่ก็เคยได้ยิน คำว่า YL น้องสาว แปลแล้ว งง งง น้องสาวก็น้องสาว แล้วทำไมต้องมี YL

XYL - หมายถึงภรรยา ครับ แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ยินคือ X อย่างเดียว อย่าไปเรียกให้ภรรยาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ , วิศวกรฯ หรือ เกี่ยวเนื่องกับการคำนวณได้ยินนะครับ ไม่งั้นท่านอาจจะเป็นเรื่องได้ เพราะคำว่า X ในภาษาทางคณิตศาสตร์ หมายถึง " ตัวอะไรก็ได้ครับ " ท่านอยากให้ภรรยาที่รักของท่านเป็นตัวอะไรก็ได้หรือครับ

OM - เพื่อนเก่า , เกลอเก่า มักจะใช้ในการส่งรหัสมอร์ส สำหรับเพื่อนที่เคยคุยกันมาก่อน , ไม่ใช่ พ่อ นะครับท่านจะเปรียบคุณพ่อที่เรารักเป็นเพื่อนเก่าแล้วหรือ

OL - อันนี้ไม่มีในวิทยุฯ ครับไม่มีบัญญัตินะครับ เลิกใช้เถอะครับ