วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หลักการติดต่อสื่อสารของนักวิทยุสมัครเล่น

มีเพื่อน ๆ สอบถามเข้ามามากว่า สอบได้เป็นขั้นกลางแล้ว ยังออกอากาศไม่เป็น ไม่มีคนแนะนำ พอจะขอคำแนะนำก็ให้ไปถามคนโน้นคนนั้น แบบว่าพอเป็นเทพแล้ว อยากเก็บความรู้ไว้อยู่คนเดียว

ผมจึงอดไม่ได้ที่จะต้องนำความรู้เก่า ๆ ที่เก็บไว้นานมาแล้ว ออกมาเล่าให้เพื่อน ๆ ใหม่ ๆ ได้ทราบกันเพื่อจะได้มีแนวทางในการเล่นวิทยุ และออกอากาศ อีกทั้งยังจะได้ค้นพบตัวเองว่าตนเองชอบอะไร Mode อะไร เพื่อที่จะได้เล่นวิทยุ ที่เป็น Hobby ที่เรารักได้อย่างไม่เบื่อ

เมื่อพูดถึงการติดต่อสื่อสารของนักวิทยุสมัครเล่น นั้น หลาย ๆ ท่านคงงงว่า ผมมาพูดถึงเรื่องนี้ทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่าวิทยุมันมีไว้สำหรับคุย คุย คุย ก็หยิบไมค์ ขึ้นมา แล้วก็กดคีย์คุย ผมจะมาทำอะไรให้มันยุ่งยากทำไมกัน ตามผมมาแล้วท่านจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่าน ๆ คิดกันเลยครับ

การติดต่อสื่อสารของนักวิทยุสมัครเล่นนั้น เราได้แบ่งประเภทออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1.  การพูดคุยแบบธรรมดาอย่างมีสาระ (เน้นคำว่าสาระ) หรือ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า RAG CHEW
2.  แบบ PILEUP เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ต้องการสาระสำคัญของการติดต่อสื่อสารเพียง 2 อย่าง คือ สัญญาณเรียกขาน และ การรายงานค่าสัญญาณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยน RST หรือ ค่าสัญญาณให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้สถานีที่มีความประสงค์จะได้ติดต่อกับสถานีนั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะการติดต่อสื่อสารในย่านความถี่ HF นั้น สภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญในการติดต่อสื่อสารอย่างมาก สถานีที่มักจะใช้การติดต่อแบบ PILEUP ส่วนใหญ่จะเป็นสถานีในกรณีพิเศษ (Special Callsign) , สถานี DX (DX-PEDITION) , สถานี Contest (CONTEST STATION) หรือ สถานีที่มีผู้ต้องการติดต่อมาก ๆ


ดังนั้น ลองมองกลับไปดูตัวเราหรือยังว่า วันนี้เราได้ปฏิบัติตามการติดต่อสื่อสารของนักวิทยุสมัครเล่นกันอย่างถูกต้องกันหรือยัง

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การสอบ US Exam ในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมุมมองของผู้เขียน

การสอบ US Exam ในประเทศไทย เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม  ซึ่งเป็นการสอบโดย VE Team จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย คุณ Phil Goetz หรือ N6ZZ (SK) Ex. W6DQX and K9ELT) , N6AA , W6MKB , W6XD , AB6BH และ OH2KI 





โดยทีมดังกล่าวได้มาแข่งขัน CQ WW DX SSB Contest ในปี 1996 โดยใช้สัญญาณเรียกขาน HS1AZ ในการออกอากาศ ณ Club Station ของสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ไทยในการใช้ความถี่ Low Band ในการออกอากาศ ที่ความถี่ 1.8 , 3.5 MHz. (ในขณะนั้นยังไม่มีการอนุญาตให้ นักวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางได้ใช้) 

ทีมดังกล่าวเป็นทีม Contester ระดับโลก ซึ่งในการสอบ US Exam ในครั้งนั้นรับผู้เข้าสอบจำกัดจำนวนโดยในครั้งนั้น เป็นการประสานงานระหว่างแฮมไทย กับ แฮมอเมริกา โดย HS1CHB พ.ต.นริศรา เชาวนาศัย หรือ พี่จอหน์ นั่นเอง ผู้เข้าสอบที่ผ่านการสอบมีเพียง 4 ท่าน และสามารถที่จะสอบได้เพียงแค่ General Class เท่านั้นเพราะด้วย VE บางท่านไม่ได้เป็น Extra Class VE โดยในสมัยนั้น แบ่งการสอบออกเป็น 5 ขั้น คือ

1. Novice Class
2. Technician Class (Technician Plus และ Technician No Code)
3. General Class
4. Advance Class
5. Extra Class

โดยผู้ที่ผ่านการสอบในครั้งนี้ คือ
1. HS2JFW สอบได้ Technician Plus
2. HS1CKC (SK) สอบได้ Novice Class
3. HS1JQP สอบได้ Novice Class
4. HS0NNU สอบได้ Novice Class

จากนั้นได้มีการเปิดสอบอีกครั้ง (ผู้เขียนจำวันที่ไม่ได้) โดยในครั้งที่ 2 มีผู้ผ่านการสอบเพียงท่านเดียวคือ E20EHQ สอบได้ Technician Plus

นั่นคือหน้าประวัติศาสตร์ของการสอบ US Exam ในประเทศไทย โดย VE ที่เป็นอเมริกันจริง ๆ โดยวัตถุประสงค์ในการสอบครั้งนั้น เพื่อที่จะเป็นการทดสอบตนเองว่ามีความสามารถในความเข้าใจในข้อสอบเพียงใด และการทดสอบข้อสอบที่ไม่ใช่ภาษาไทย

หลังจากนั้น การสอบ US Exam ก็ไม่ได้มีขึ้นในประเทศไทยอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งในเดือนธันวาคม ปี 2553 เมื่อวันที่ 11 และ 12 ธันวาคม 2553 จึงได้เกิดการสอบ US Exam ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยการจัดของ E21EIC ที่เป็นหัวหน้าทีมสอบในครั้งนั้น ร่วมกับ แฮมอเมริกาที่อยู่ใน ประเทศไทย และ แฮมจากมาเลเซีย ที่เป็น VE โดยในครั้งนี้ห่างจากครั้งแรกเป็นเวลาถึง 14 ปี ซึ่งในครั้งนี้เอง ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับแฮมไทย โดยมี แฮมไทยผ่านการสอบแบบ 3 ขั้นในครั้งเดียวหลายท่านอาทิ E27EK , HS8JYX , HS4RAY และ Upgrade ของแฮมไทยที่เคยสอบมาเมื่อ 14 ปีที่แล้วอีกสองท่านคือ HS2JFW และ E20EHQ

ในการสอบครั้งนั้นจุดประสงค์เดียวกันกับในครั้งแรก ๆ ที่มีการสอบ เพียงแต่มีวัตถุประสงค์อื่นเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งคือเป็นการสอบเพื่อพัฒนาตนเอง และการสอบที่ห่างหายไปของการสอบรับใบประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง หรืออีกทางหนึ่งก็เพื่อให้ กสทช. เปิดการสอบเพื่อรับใบประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางขึ้น โดยมีผู้เข้าสอบที่สอบผ่านหลาย ๆ ราย ได้ดำเนินการเทียบเพื่อ Upgrade ขึ้นมาเป็นนักวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางในหลาย ๆ ท่าน และจากนั้นต่อมาก็มีการสอบกันอย่างแพร่หลายจนมาถึงในปัจจุบัน

ในมุมมองส่วนตัวของผม ๆ มองว่า ในปัจจุบัน กสทช. ได้เปิดโอกาสให้สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดการสอบเพื่อรับประกาศวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางแล้ว การสอบ US Exam เพื่อนำมาเทียบนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ควรเป็นการสอบเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล หรือ เพื่อใช้สำหรับการเทียบในประเทศที่ไม่มีสัญญาต่างตอบแทนกับประเทศไทย จะเป็นการที่จะดีกว่า เพราะเมื่อเราเป็นนักวิทยุสมัครเล่นไทย เราควรที่จะสอบเพื่อให้ได้ License ที่เป็นของไทยมากกว่า ซึ่งจะนำมาซึ่งความภูมิใจกับตนเอง

มีการถกเถียงกันอย่ามากในเรื่องของการเทียบ ซึ่งผมได้นำประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและกำกับดูแลกิจการวิทยุสมัครเล่น ฉบับใหม่ (วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ภาคผนวก 4 มาเป็นข้อมูล (ไฟล์รูปภาพแนบ)




ซึ่งในภาคผนวก 4 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า หลักเกณฑ์และวิธีการเทียบประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นนั้น ผู้ประสงค์ที่จะเทียบโอน จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (ดูในไฟล์รูปภาพแนบ) และจากการสอบถามไปยัง กสทช. ก็ได้ข้อมูลมาอย่างนั้นเช่นเดียวกัน โดยให้ยึดถือตามหลักการปฏิบัติตาม ภาคผนวก 4 (ไฟล์รูปภาพแนบแฟ้มการเทียบโอน กสทช.)



ดังนั้น การที่มีผู้กล่าวอ้างว่าจะต้องมีการรับรองโดยสมาคมฯ นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีการใช้ฐานข้อมูลมาอ้างอิง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนกับผู้ที่ประสงค์จะขอรับการเทียบได้

บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับผู้ที่ประสงค์จะเปิดสอบ US Exam ซึ่งถ้าท่านเป็น VE ไม่ว่าจะของ ARRL http://www.arrl.org/volunteer-examiners หรือ W5YI http://www.w5yi.org/exam_locations_ama.php  เมื่อท่านมีจำนวน VE ครบ 3 ท่านขึ้นไป ท่านก็สามารถที่จะเปิดสอบได้ตามข้อบังคับของ ARRL และผู้สอบที่ผ่านการสอบ ก็สามารถที่จะดำเนินการเทียบได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านการรับรองการสอบ หรือ การรับรองการเทียบ แต่อย่างใด


สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมิได้มีเจตนาที่จะให้เกิดความแตกแยกกันในเรื่องดังกล่าว แต่ด้วยต้องการไม่ให้เกิดความสับสนทางความคิด และเป็นการปิดกั้นความประสงค์ดีของกลุ่มอื่น ๆ ที่มีเจตนาดีเพื่อพัฒนากิจการวิทยุสมัคเล่นไทยให้ก้าวไกลออกไปในสากล แต่ทั้งนี้ ผู้เขียนก็ยังคงที่จะยึดตามเจตนารมย์ข้างต้น ว่า หากเมื่อเราเป็นนักวิทยุสมัครเล่นไทย เราควรสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลาง เพื่อความภูมิใจ มากกว่าการเทียบโอน โดยให้การสอบ US Exam เป็นเพียงการสอบเพื่อวัดระดับความสามารถในวิทยุสมัครเล่นที่เป็นสากล และทดสอบภาษาของเรา หรือใช้ในการเทียบในประเทศที่ไม่มีสัญญาต่างตอบแทนกับประเทศไทย จะเป็นการดีมากกว่า

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เมื่อ E2 Prefix หมดลง เราจะใช้ E3 ได้หรือไม่


เคยมีเพื่อนบางท่านมาถามผมว่า ถ้า Callsign E2 หมดแล้วเราจะทำยังไง ผมตอบเพื่อนว่า อยู่ที่ NBTC เพราะผมก็ไม่ทราบว่า NBTC ได้เคยคิดเรื่องนี้ไว้หรือยัง เพราะยังไม่เห็นมีความคืบหน้าในการขอ Prefix ใหม่แต่อย่างใด มีแต่การยกเลิกสำหรับคนที่ไม่ได้ต่ออายุเกิน 2 ปี และการออก Callsign แบบรวมเขต

เพื่อนบางท่านก็ถามผมว่าถ้าขอใหม่ เราจะใช้ E3 ได้หรือไม่ ผมก็ไปหาคำตอบมาให้เพื่อนๆ แล้วครับว่า คงจะหมดโอกาสซะแล้ว เพราะเราไม่ขอตั้งแต่แรก ๆ ให้มันมาก ๆ เพื่อเพียงพอกับความต้องการของการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักวิทยุสมัคเล่น เพราะคนไทยชอบความพอเพียงเป็นใหญ่ เลยเอาแต่น้อยก็พอไม่เคยวางแผนระยะยาวแต่อย่างใด

นอกเรื่องไปแล้ว ทีนี้มาว่ากันถึง E3 เป็น Prefix ของ State of Eritrea ซึ่งเพื่อน ๆ ก็คงถามผมต่ออีกว่า แล้วมันอยู่ตรงส่วนไหนของโลกใบนี้ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย

ก็ลองไปดูแผนที่ครับ E3 State of Eritrea ตั้งอยู่บนทวีป Africa อยู่ทางตอนกลางของทวีป ค่อนมาทางเอเซีย โ่ดย


ทางเหนือ และ ตะวันตก ติดกับ ซูดาน
ทางใต้ ติดกับ เอธิโอเปีย และจิบูตี
ทางตะวันออก ติดกับ ทะเลแดง และฝั่งทวีปเอเซีย ตรงข้ามกับ ซาอุดิอาระเบีย และ เยเมน

เมื่อมองจากแผนที่จะเห็นว่า E3 จะอยู่ใน Area ที่มีความปลอดภัยค่อนข้างน้อยมาก เพราะอยู่ในกลุ่ม โซมาเลีย ที่เคยมีข่าวเรื่องโจรสลัด

E30FB มีที่มาอย่างไร

E30FB เกิดจาก การทำงานของ มูลนิธิเพื่อเด็กทั่วโลก หรือ SEISA Foundation for Global Children ได้จัดทำ Eritrea Project 2015 ขึ้นในประเทศ Eritrea

โดย กรรมการและสมาชิกของมูลนิธิดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เป็นนักวิทยุสมัครเล่น จึงได้วางแผนที่จะทำงานพร้อมกับการออกอากาศจากประเทศที่ยังไม่มีกิจการวิทยุฯ ไปด้วย โดยออกอากาศระหว่างวันที่ 6 - 17 มีนาคม 2558

พวกเขาใช้เวลาดำเนินการหลายเดือนมากในการวางแผนและการเจรจากับการออกอากาศจาก E3 โดยสัญญาณเรียกขายของวิทยุสมัครเล่น

ในการออกอากาศดังกล่าว พวกเขาใช้วิทยุ 4 เครื่อง ประกอบด้วย
- Elecraft K3 กับ KPA500 Amplifier จำนวน 2 ชุด
- Kenwood TS590 กับ ACOM 1010 Linear Amplifier จำนวน 2 ชุด

สำหรับสายอากาศ พวกเขาใช้สายอากาศทิศทาง สำหรับความถี่ย่าน 10-20 Meter Band และ สายอากาศแบบ Vertical 4 ชุด สำหรับ ความถี่ Low Band (30-160 Meter).
โดยมี Tim – M0URX เป็นผู้จัดการบัตรยืนยันการติดต่อสื่อสาร / QSL Manager.


มาถึงตอนนี้ เพื่อนๆ คงหมดความสงสัยแล้วนะครับว่า ถ้า Prefix E2 หมดลงแล้ว เราจะใช้สัญญาณ E3 ได้หรือไม่

เรียบเรียบโดย E21IZC Also KF1I , /DL , /9V1

คู่มือการใช้งาน PIC USB Automatic Programming Develop Microcontroller Programmer K150 ICSP SU

คู่มือการใช้งาน
PIC USB Automatic Programming
Develop Microcontroller Programmer K150 ICSP SU



1.  Download Program DIY K150 ภาพประกอบที่ 1 ที่ http://buyhere22.com/components/k150/  จะได้ไฟล์ ดังภาพประกอบที่ 2

ภาพประกอบที่ 1
ภาพประกอบที่ 2

2.  จากนั้นให้แตก ZIP File ของ K150 Software จะได้ดังภาพประกอบที่ 3

ภาพประกอบที่ 3

3.  จากนั้นให้คลิกเมาส์ เข้าไปที่ Folder PIC Program Driver  และเลือก Install Driver USB ก่อน โดย Double Click ไปที่ ไฟล์ PL2303_Prolific_DriverInstaller_v.1.7.0 แล้วทำตามขั้นตอนจนจบ

4.  กลับมาที่ Folder PIC Program Software ซึ่งจะเห็นมีไฟล์อยู่หลาย ๆ ไฟล์ ในที่นี้ ไฟล์ที่จำเป็นจะต้องใช้งาน จะมีเพียง 2 ไฟล์คือ fixhex2 (Application) และ microbrn (Application) โดยไฟล์แรกคือ fixhex2 จะเป็นไฟล์ที่ใช้ในการ แปลงไฟล์ให้เป็นไฟล์ hex และ microbrn จะเป็น ไฟล์ ที่ใช้ในการ Burn IC
  
5.  ขั้นตอนการแปลงไฟล์ hex
          5.1  คลิกไปที่ ไฟล์ fixhex2 จะเป็นดังภาพประกอบที่ 4

ภาพประกอบที่ 4

โดยจะมี ให้เลือก 5 รายการ คือ
                   5.1.1  Auto Convert on load / แปลงไฟล์อัตโนมัติเมื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการจะแปลง
                   5.1.2  Auto Convert on File change / แปลงไฟล์อัตโนมัติบนไฟล์ที่ต้องการ
                   5.1.3  Play sound when file converted / มีเสียงเตือนเมื่อแปลงไฟล์เรียบร้อย
                   5.1.4  Append "fix.hex" to filename / ไฟล์ที่แปลงจะเป็นนามสกุล .fix.hex
                   5.1.5  Overwrite original HEX file / เขียนทับบนไฟล์ต้นฉบับ

โดยเวลาเราต้องการจะแปลงไฟล์ให้เลือกข้อ 5.11 , 5.12 , 5.13 , 5.14 เท่านั้น

         5.2  จากนั้นเลือก Load File โดยเลือกจากไฟล์ที่เราต้องการที่จะแปลง ในที่นี้เราตั้งชื่อไฟล์ว่า f88_18 แต่เรายังจะไม่เห็นไฟล์ดังกล่าว เพราะไฟล์ดังกล่าวยังเป็น TEXT File ดังนั้น ต้องมาคลิกที่ด้านขวาของโปรแกรม เพื่อเลือกให้เป็น All File ดังภาพประกอบที่ 5 จึงจะมองเห็นไฟล์ที่เราต้องการ จากนั้นให้เลือกไฟล์ที่เราต้องการจะแปลง และกด Open Program จะแปลงไฟล์ ให้เราโดยอัตโนมัติ จากการที่เราได้เลือก Auto Convert on Load ไว้แล้ว (สังเกตที่ Folder จะมีไฟล์เพิ่มขึ้นมาชื่อ f88_18.fix.hex)

ภาพประกอบที่ 5

          5.3  จากนั้นก็มาแก้ไขไฟล์ดังกล่าวให้เป็น f88_18.hex อย่างเดียวโดยกด F2 ที่ไฟล์ f88_18.fix.hex แล้วลด .fix ออกไป ก็จะได้ไฟล์ที่ชื่อ f88_18.hex ดังภาพประกอบที่ 6
*** บางท่านอาจจะไม่แก้ไขนามสกุลของไฟล์ก็ได้ เพราะไม่ได้มีสาระสำคัญในการ Burn แต่อย่างใด แต่ผู้เขียนเห็นว่ามันเป็นการซ้อนนามสกุล เลยทำการแก้ไข ***

ภาพประกอบที่ 6

6.  เมื่อได้ไฟล์ hex convert มาแล้วคราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการ Burn โปรแกรมลง IC
          6.1  เปิดโปรแกรม microbrn ขึ้นมา ดังภาพประกอบที่ 7

ภาพประกอบที่ 7

          6.2  จากนั้น Config comport ให้ถูกต้อง โดยเลือกไปที่ file และ port เลือก comport ที่ต้องการ ตามภาพประกอบที่ 8

ภาพประกอบที่ 8

          6.3  จากนั้นเลือกรุ่นให้ถูกต้อง ดังภาพประกอบที่ 9 เลือก file และ Programmer และรุ่นในที่นี้คือรุ่น K150

ภาพประกอบที่ 9

          6.4  จากนั้นมาเลือก IC PIC ที่เราต้องการจะโปรแกรม โดยมาเลือกทางด้านขวา ช่อง Chip Selector เลือก IC ที่เราต้องการ ในที่นี้ขอเลือก 16F88 โดยให้ดู PIN ที่กำหนด สังเกตเห็นว่า ให้นำ PIN 1 ของ IC เริ่มที่ PIN 2 ของ Board ดังภาพประกอบที่ 10 (ลูกศรชี้คือจุดเริ่มใส่ขา IC) ให้สังเกตตัวอักษร 3M ต้องอยู่ด้านบน ***


ภาพประกอบที่ 10

          6.5  จากนั้นให้ใส่ IC ที่จะ Burn ให้เรียบร้อย ดังภาพประกอบที่ 11

ภาพประกอบที่ 11

          6.6  จากนั้นก็มาเข้าสู่กระบวนการ Burn IC ต่อไป

7.  เมื่อพร้อมที่จะ Burn IC จะดำเนินการดังนี้
          7.1  Load hex ไฟล์ที่เราจะต้องการ Burn เข้ามาในโปรแกรม โดยกดปุ่ม Load และเลือกไฟล์ที่ต้องการ กด Open โปรแกรมก็จะอ่านไฟล์เข้ามา ดังภาพประกอบที่ 12

ภาพประกอบที่ 12

          7.2  จากนั้นกดปุ่ม Program เพื่อเริ่มการ Burn เมื่อการ Burn เสร็จสิ้นโปรแกรมจะขึ้นว่า Programming complete. จากนั้นกดปุ่ม OK ดังภาพประกอบที่ 13

ภาพประกอบที่ 13


         7.3  เลือก Verify Chip เพื่อทำการทดสอบการ Burn โปรแกรมจะทำการทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นโปรแกรมจะขึ้นว่า Data verified ตอบ OK ดังภาพประกอบที่ 14
ภาพประกอบที่ 14

8.  จากนั้น ก็ถอด IC ที่ Burn เรียบร้อยแล้วออกจาก Board และ ปิดโปรแกรม เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ Burn กรณีที่ต้องการจะ Burn IC อื่นต่อก็ดำเนินการตามข้างต้น

***************************************************************

USB Automatic Programming Develop microcontroller Programmer K150 ICSP SU with USB Driver , Software Burn (DIY K150) and User Manual (Thai Edition). 

Price :-

*** In Thailand : 850.00 Baht include EMS Post via Thailand Post Mail Service.

Please Transfer to our Bank as details below :-

Account Name : Miss Kanyanok Satjawatthana

Bank Name : Bank of Ayudhya Public Company Limited

Address : 339/109 M.1 Bangsapan-Caytalay Road, Kamnoetnopphakhun ,
Bangsaphan , Prachuapkhirikhan 77140 

Branch : Bangsapan

Account Type : Saving Account

Account Number : 353-1-24818-8

Swift Code : AYUDTHBK 

Confirm your payment and condition.

1. Please send your pay-in slip to my email as wichyein@gmail.com

2. Will usually ship within 25 business days of receiving cleared payment.
and will be send tracking number via your mail after delivery. (MADE TO ORDER)

3. No returns or exchanges.

***************************************************************

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Electronic Reference

มีประโยชน์มากๆ สำหรับพวกเรานักวิทยุที่ชอบประกอบชุดคิท อุปกรณ์เกี่ยวกับวิทยุกัน ตารางนี้จะแสดงถึงสิ่งที่ควรรู้กับเจ้าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น LED , Transister , Resister etc.


สัญลักษณ์ออกเสียงสากล (International Phonetic Alphabet)

Phonetic Alphabet คือ อะไร

ในที่นี้ไม่ใช่การออกเสียงตามหลักภาษาศาสตร์แต่เป็นการออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน เนื่องจากการออกเสียงใกล้เคียงกันของพยัญชนะบางตัว เช่น B กับ D ออกเสียงตาม Phonetic Alphabet เป็น Bravo (บรา โว) กับ Delta (เดล ทะ) คำว่า Amateur ออกเสียงเป็น Alfa Mike Alfa Tango echo uniform romeo (แอลฟะ ไมค์ แอลฟะ แทงโก้ เอคโค่ ยูนิฟอร์ม โรมิโอ) เป็นต้น

Phonetic Alphabet ในชีวิตประจำวัน

บางท่านที่เคยติดต่อจองตั๋วเครื่องบินทางโทรศัพท์กับบริษัททัวร์หรือสายการบิน คงเคยสะกดชื่อด้วยอักษรภาษาอังกฤษกันมาแล้วและคงเคยถูกถามกลับว่าสะกดด้วยพยัญชนะอะไร เช่น H how หรือ S sugar เพราะออกเสียงคล้ายกันเหลือเกิน ทั้งหมดที่ใช้ในการสื่อสารกันมาไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ ขอให้การสื่อสารนั้นถูกต้องแม่นยำเข้าใจตรงกันเป็นอันใช้ได้ แต่ด้วยรหัสที่ใช้แทนพยัญชนะเพื่อการสะกดคำ (alphabet code) มีหลากหลาย แต่ละหน่วยงานก็มีมาตรฐานของตนเอง จึงได้มีผู้ทำการรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ตามแหล่งกำเนิดบ้าง ตามปีที่เกิดบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ๆ ในปี 1913, และอีกหลากหลาย อาทิเช่น

NATO & International Aviation,
British Forces 1952,
RAF 1942-43,
Telecom B,
British A or International , 
New York Police,
Frence,
German,
Italian,
Spanish

ดูภาพประกอบ Phonatic Alphabet ในแบบต่าง ๆ ด้านท้าย

ในความเป็นจริงแล้ว ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่มีอะไรเป็นการลงตัวเท่าไร เพราะเป็นภาษากลางที่เรียกว่า International Language ดังนั้น แต่ละภูมิภาคก็อาจที่จะออกเสียงบางคำไม่ได้ ซึ่งก็คือที่มาของคำว่า วิกต้า หรือ วิกเตอร์ ที่เป็นกล่าวกันว่า ใครถูก หรือ ใครผิด คำนี้ เมื่อในอดีตกาลก็เคยเรียกว่า วิกต้า มาอย่างช้านาน เพราะเกิดจากผู้บริหารของ สหภาพโทรคมนาคม ในขณะนั้นไม่สามารถที่จะออกเสียงคำว่า วิกเตอร์ ได้ ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหาร ก็ได้เปลี่ยนคำอ่านจากคำว่า วิกต้า มาเป็น วิกเตอร์

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าคำว่า วิกต้า หรือ คำว่า วิกเตอร์ ไม่ได้มีความหมายอะไรที่จะต้องมาถกเถียงกันให้ปวดหัว เพราะ Phonatic Alphabet คือ การออกเสียงตามลำดับของคำ ซึ่งใช้แทนการออกเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษ A Z เพื่อป้องกันการสับสน ไม่ได้เป็นคำภาษาอังกฤษที่ต้องการคำแปล หากเป็นเช่นนั้น บางครั้งการออกเสียงอาจจะทำให้คำแปลเปลี่ยนไปอีกความหมายหนึ่งได้
บางครั้ง ในการติดต่อสื่อสารสากล บางครั้ง ท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน International alphabet เลยซะด้วยซ้ำ แต่อาจจะได้ยิน Country Alphabet , หรือ Alphabet ที่นำแต่ละหลายๆ Alphabet มารวมกันเพื่อให้เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในการติดต่อสื่อสารสิ่งที่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จในการติดต่อสื่อสารก็คือ การติดต่อสื่อสารที่ได้ใจความครบถ้วนสมบูรณ์นั่นเอง

ดังนั้น หลักในการติดต่อสื่อสาร ก็คือ ใช้ International Alphabet ที่กำหนดก่อน หากอีกฝ่ายไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ เราอาจจะใช้ Alphabet อื่น ๆ มาผสมได้เพื่อให้ได้การติดต่อสื่อสารที่สมบูรณ์นั่นเอง

ปล. หากจะมานั่งถกเถียงกันด้วยเรื่อง Alphabet นั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่า เราควรที่จะมารณรงค์ในการใช้ความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขานสัญญาณเรียกขานให้ครบถ้วนดีกว่าหรือไม่ครับ